10 อันดับ นักฟุตบอล หล่อเท่ไสตล์ไม่ซ้ำใคร ที่สุดในสามโลก

10 มัตเตีย เด ชิโญ (Mattia De Sciglio)

ตำแหน่งกองหลังตัวเก่งวัย 26 ปีจากทีมชาติอิตาลีและสโมสรเอซี มิลาน  ส่วนสูง 182 ซม. น้ำหนัก 78 กิโลกรัมมาพร้อมกับความเท่ตามแบบฉบับของหนุ่มอิตาเลียนไม่มีผิดเพี้ยน เรียกได้ว่าช่วยเรียกเสียงเชียร์จากแฟนบอลผู้หญิงให้ทีมตัวเองได้ไม่น้อยเลย คาดว่าค่าตัวในอนาคตไว้ที่  18 ล้านปอนด์

9 เอแดน อาซาร์ (Eden Hazard)

เอแดน มีกาแอล อาซาร์ (ฝรั่งเศส: Eden Michael Hazard) เกิดวันที่ 7 มกราคม ค.ศ. 1991 ที่เมืองลาลูเวียร์ ประเทศเบลเยียม ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลเชลซี อาซาร์มีจุดเด่นด้านการเล่นแบบสร้างสรรค์ ความเร็ว และความสามารถพิเศษ และได้รับการกล่าวว่าเป็น “กองกลางตัวรุกที่สามารถเปลี่ยนเกมด้วยการเลี้ยงลูกฟุตบอล”รวมไปถึงได้รับฉายาว่า “นักฟุตบอลที่เป็นฝันร้ายของกองหลัง” ซึ่งเขาได้รับการเปรียบเทียบความสามารถทักษะและลีลาการเล่น จากสื่อมวลชน และผู้จัดการทีม กับเลียวเนล เมสซี เจ้าของรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี และคริสเตียโน โรนัลโด รวมถึงแกเร็ธ เบล อาซาร์เคยติดผู้เล่นยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2014-2015

อารอน แรมซี่ย์ (Aaron Ramsey)

แอรอน แรมซีย์ (อังกฤษ: Aaron Ramsey) มีชื่อเต็มว่า แอรอน เจมส์ แรมซีย์ (Aaron James Ramsey) เกิดเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ค.ศ. 1990 เป็นนักฟุตบอลชาวเวลส์ เล่นตำแหน่งกองกลาง ปัจจุบันเล่นให้กับอาร์เซนอล และทีมชาติเวลส์ แรมซีย์เล่นกับคาร์ดิฟฟ์ซิตีตั้งแต่เรียนอยู่ที่โรงเรียน โดยอยู่ในทีมฟุตบอลเยาวชน 8 ปีก่อนที่จะลงแข่งในทีมรุ่นใหญ่ 16 ครั้ง แรมซีย์ย้ายมาอยู่กับอาร์เซนอลในปี ค.ศ. 2008 ทีเด็ดบอล หลังจากนั้นก็ต้องหยุดชะงักไปเมื่อขาหักจากในนัดที่แข่งกับสโตกซิตี โดยไรอัน ชอว์ครอส ได้ทำแรมซีย์ขาหักในฤดูกาลปี ค.ศ. 2010 หลังจากแรมซีย์พักฟื้นและได้เล่นในทีมสำรองของอาร์เซนอล จากนั้นแรมซีย์ได้ถูกยืมตัวไปยังนอตทิงแฮมฟอเรสต์ จนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2011 และถูกยืมตัวไปเล่นให้กับสโมสรแรก คือ คาร์ดิฟฟ์ซิตี จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011 ก่อนที่จะย้ายกลับมาอาร์เซนอลอีกครั้ง

มาร์โก อาร์เนาโตวิช (Marko Arnautovic)

มาร์คอ อาร์เนาทอวิช (เซอร์เบียซีริลลิก: Марко Арнаутовић, เสียงอ่านภาษาเยอรมัน: [ˈmaʁkoː aʁˈnaʊtovɪtʃ]) เกิดเมื่อวันที่ 19 เมษายน ค.ศ. 1989 อายุ 29 ปี ส่วนสูง 192 ซม. เป็นนักฟุตบอลชาวออสเตรีย ปัจจุบันเล่นให้กับเวสต์แฮมยูไนเต็ด และทีมชาติออสเตรีย ในตำแหน่งกองหน้า

เซร์คิโอ รามอส (Sergio Ramos)

ซร์คีโอ ราโมส การ์ซีอา (สเปน: Sergio Ramos García) เป็นที่รู้จักในนาม เซร์คีโอ ราโมส เป็นนักฟุตบอลชาวสเปน เกิดเมื่อ 30 มีนาคม ค.ศ. 1986 ที่เซบียา สเปน มีบิดาชื่อ โคเซ มารีอา (José María) ส่วนมารดาชื่อ ปากี (Paqui) มีพี่ชายและน้องสาวอย่างละหนึ่ง คือ เรเน (Rene) กับมีเรียม (Miriam) ในตอนเด็กได้รับการสนับสนุนจากมารดาโดยให้ลูกชายฝึกหัดฟุตบอล เริ่มจากเข้าทีมกามัสเอฟซี ซึ่งได้รับกำลังใจจากครอบครัวทุกแมตช์ จากนั้นราโมสย้ายสู่ทีมเยาวชนเซบียา เล่นตำแหน่งแบ็กขวา ทำหน้าที่ทั้งเกมรับเกมรุกดีเยี่ยมจนเข้าตาหลายทีม จนได้ลงเล่นเซบียาชุดใหญ่ แต่อยู่ได้ 2 ฤดูกาล เรอัลมาดริดก็ดึงไปด้วยค่าตัว 27 ล้านยูโร ในช่วงฤดูร้อนปี 2005 เขารับตำแหน่งเป็นนักเตะดาวรุ่งค่าตัวแพงเป็นอันดับ 2 รองจากเวย์น รูนีย์

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (Jordan Henderson)

จอร์แดน ไบรอัน เฮนเดอร์สัน (อังกฤษ: Jordan Brian Henderson) เกิดเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ค.ศ. 1990 ที่ซันเดอร์แลนด์ ประเทศอังกฤษ เป็นนักฟุตบอลของทีมชาติอังกฤษในชุดปัจจุบัน เล่นในตำแหน่งกองกลาง เฮนเดอร์สันเคยเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลซันเดอร์แลนด์ในปี ค.ศ. 2008 โดยทำประตูไป 4 ประตู ปัจจุบันเขาได้ย้ายมาเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลในปี ค.ศ. 2011 โดยสวมเสื้อหมายเลข 14 และเป็นรองกัปตันทีมลิเวอร์พูลในปี 2014 และในวันที่ 10 กรกฎาคม ค.ศ. 2015 ลิเวอร์พูล แต่งตั้ง เฮนเดอร์สัน ให้เป็นกัปตันทีมลิเวอร์พูลแทน สตีเวน เจอร์ราร์ด อดีตกัปตันทีมที่ย้ายไปอยู่ ลอสแอนเจลิส แกแลกซี

ดาบิด เด เคอา (David De Gea)

ดาบิด เด เคอา กินตานา (สเปน: David de Gea Quintana) เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 1990 เป็นนักฟุตบอลชาวสเปน เป็นผู้รักษาประตูให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และทีมชาติสเปน เด เคอา เกิดในกรุงมาดริด เริ่มอาชีพนักฟุตบอลตั้งแต่อายุ 10 ปี กับอัตเลตีโกมาดริดผ่านระบบเยาวชน ก่อนที่จะก้าวสู่ทีมชุดใหญ่ เปิดตัวในปี ค.ศ. 2009 หลังจากที่เขาเป็นตัวเลือกแรกของอัตเลตีโก เขาก็ได้ช่วยให้ทีมชนะทั้งในยูฟ่ายูโรปาลีกและยูฟ่าซูเปอร์คัพ จากผลงานนี้เองทำให้แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดสนใจ เขาได้ร่วมกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2011

คริสเตียโน โรนัลโด (Cristiano Ronaldo)

กริชตียานู รูนัลดู ดุช ซังตุช อาไวรู (โปรตุเกส: Cristiano Ronaldo dos Santos Aveiro; เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1985) หรือที่รู้จักกันในชื่อ คริสเตียโน โรนัลโด เป็นนักฟุตบอล ชาวโปรตุเกส ปัจจุบันสังกัดอยู่กับสโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริดในลาลีกา เล่นในตำแหน่งกองหน้าและเป็นกัปตันทีม ของ ฟุตบอลทีมชาติโปรตุเกสคนปัจจุบัน โรนัลโดเป็นผู้เล่นที่มีค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ฟุตบอลรองจากแกเร็ธ เบล หลังย้ายจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มาอยู่กับเรอัลมาดริด ด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ โรนัลโดได้รับค่าจ้างในการลงเล่นให้กับเรอัลมาดริดจำนวน 12 ล้านปอนด์ต่อปี ทำให้เขาเป็นนักเตะที่มีค่าเหนื่อยมากที่สุดในโลก

2 อลิวิเยร์ ชิรูด์ (Olivier Giroud)

ออลีวีเย ฌีรู (ฝรั่งเศส: Olivier Giroud, เสียงอ่านภาษาฝรั่งเศส: [ɔlivje ʒiʁu]; เกิดเมื่อวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 1986) นักฟุตบอลชาวฝรั่งเศส ปัจจุบันเล่นให้กับเชลซี ในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ และเล่นให้กับทีมชาติฝรั่งเศส เป็นผู้เล่นถนัดซ้ายในตำแหน่งกองหน้า ได้รับการยอมรับว่าเป็นกองหน้าที่เล่นได้ดีโดยเฉพาะกับลูกกลางอากาศฌีรูเล่นฟุตบอลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1994 ให้กับชุดเยาวชนของฟรอฌและเกรอนอบล์ แล้วได้เล่นแบบนักฟุตบอลอาชีพในปี ค.ศ. 2005 กับอิสทร์และตูร์ สโมสรฟุตบอลในประเทศฝรั่งเศส และในปี ค.ศ. 2010 ฌีรูได้ย้ายไปเล่นให้กับมงเปอลีเย สโมสรฟุตบอลชื่อดังจากเมืองมงเปอลีเย ในลีกเอิง โดยฌีรูถนัดในการเล่นบอลเร็ว สามารถชนหรือหนีกองหลังของทีมต่าง ๆ ได้ และด้วยความที่เป็นคนตัวสูง วิเคราะห์บอล ฌีรูจึงมักจะทำประตูได้ทั้งการโหม่งและการยิง ในปี ค.ศ. 2011 ฌีรูได้ถูกยืมตัวไปตูร์ อดีตสโมสรที่ตนเคยเล่นให้ และเมื่อจบฤดูกาล 2011–12 ฌีรูได้กับมาอยู่มงเปอลีเยอีกครั้ง และอาร์แซน แวงแกร์ ผู้จัดการทีมชาวฝรั่งเศสของอาร์เซนอล สโมสรฟุตบอลชื่อดังจากพรีเมียร์ลีกในอังกฤษได้สนใจในตัวเขา เพราะฌีรูเล่นในตำแหน่งที่แวงแกร์ต้องการปรับปรุงและแก้ไขจุดอ่อนเฉพาะของทีม และเป็นการเลือกกองหน้าที่มาเล่นแทนให้กับโรบิน ฟัน แปร์ซี ที่กำลังย้ายออกไปจากสโมสร และเมื่อแวงแกร์และคณะกรรมการบริหารของอาร์เซนอลได้ตกลงสัญญาของฌีรูกับบอร์ดบริหารของมงเปอลีเยแล้ว ฌีรูก็ได้ย้ายมาอยู่กับอาร์เซนอลอย่างเป็นทางการด้วยค่าตัว 12 ล้านปอนด์ สวมเสื้อหมายเลข 12

โรมัน นอยชเตดเทอร์ (Roman Neustadter)

โรมัน Petrovich Neustädter (รัสเซีย: РоманПетровичНойштедтерเกิด 18 กุมภาพันธ์ 1988) เป็นรัสเซียมืออาชีพนักฟุตบอลสำหรับคนที่เล่นFenerbahçe SK เชื้อชาติเยอรมันและเกิดในสหภาพโซเวียต วิเคราะห์บอล  , Neustädterเล่นให้กับเยอรมนีในระดับเยาวชนต่างๆนั้นถูกปกคลุมสองข้างฟุตบอลทีมชาติเยอรมนีในปี 2012 และปี 2013 เขาเปลี่ยนความจงรักภักดีกับรัสเซียในปี 2016 หนึ่งในนักเตะที่คนรู้จักน้อยที่สุดในลิสต์นี้อย่างนอยสต๊าดเตอร์ ถือกำเนิดในยูเครน เขาเป็นอีกหนึ่งแข้งที่สามารถเติมเต็มบทบาทกองกลางตัวรับ แม้จะถูกส่งลงสนามในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็คกับต้นสังกัดชาลเก้

แหล่งข้อมูลที่มา :

th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81

en.wikipedia.org/wiki/Main_Page

เนื้อไก่ส่วนไหนไขมันเยอะและ ส่วนไหนไขมันน้อย มาดูกันเลย!!

เนื้อไก่ เป็นเนื้อสัตว์ที่นิยมมากที่สุดประเภทหนึ่งในบ้านเราที่นิยม อีกทั้งยังหากินง่าย เต็มไปด้วยร้านอาหารมากมายที่มีเมนูเด็ดประจำร้านเป็นเมนูเนื้อไก่ ไม่ว่าจะไก่ทอด ไก่ปิ้งนมสด ไก่อบ ไก่เกาหลี ไก่ไทย ไก่ลาว หรือไก่ฝรั่ง ก็จะเห็นว่าป๊อปปูล่าแทบทั้งนั้น อีกทั้งบางร้านยังให้เราเลือกสั่งเนื้อไก่ส่วนที่ชอบได้เองด้วย เชื่อว่าเพื่อนๆ ต่างก็มีเนื้อไก่ส่วนที่ชอบมากที่สุดประจำใจอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ยังไม่รู้อย่างชัดเจนนั่นก็คือ เนื้อไก่ส่วนไหนไขมันเยอะ เนื้อไก่ส่วนไหนไขมันน้อย ควรเลือกกินเนื้อไก่อย่างไรให้ได้สุขภาพดี วันนี้เราจะเอามาเล่าให้ฟังพร้อมอีกหลายเรื่องราวของเนื้อไก่

คุณคงเคยได้ยินว่าเนื้อไก่ย่อยง่ายและถูกนำมาทำเป็นอาหารสำหรับคนควบคุมน้ำหนักนั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง เพราะเนื้อไก่เป็นเนื้อสัตว์ประเภทเนื้อขาวและสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ไก่ทอดเกลือ ไก่อบ ไก่ปิ้งนมสดเป็นต้น  อุดมด้วยโปรตีนไม่ต่างจากเนื้อสัตว์ประเภทเนื้อแดง แต่มีกลิ่นคาวน้อยกว่าและยังย่อยง่าย แต่เนื้อไก่แต่ละส่วนก็มีไขมันเป็นส่วนประกอบด้วย ซึ่งมีปริมาณแตกต่างกันไป ไม่ใช่ว่าเนื้อไก่ทุกส่วนจะสามารถนำมาทำเป็นอาหารควบคุมน้ำหนักได้ เรามาไล่เรียงลำดับของเนื้อไก่แต่ละส่วนตามปริมาณไขมันกันเลย

เนื้อไก่ส่วนที่มีไขมันและไขมันอิ่มตัวมากที่สุด คือ ตูดไก่, หนังไก่ และคอไก่ ส่วนเหล่านี้หากหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยง ต่อไปนี้เป็นตารางเทียบน้ำหนักเนื้อไก่ในจำนวนที่เท่ากันกับจำนวนกิโลแคลอรี่ (ไม่นับรวมส่วนหนังไก่)

 

1.ปีก 217 กิโลแคลอรี่

2.สะโพก 212 กิโลแคลอรี่

3.อก 159 กิโลแคลอรี่

4.น่อง 143 กิโลแคลอรี่

 

จะเห็นได้ว่าเนื้อไก่ส่วนที่มีไขมันและให้พลังงานมากมักเป็นส่วนที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากที่สุด ก็เพราะว่ามีความนุ่ม ชุ่ม ฉ่ำ กัดแล้วน้ำมันไหลเพิ่มความฟินเป็นที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเนื้อไก่ส่วนที่นิยมนำมาทำเป็นอาหารเพื่อสุขภาพช่วยควบคุมน้ำหนักต้องยกให้เนื้อไก่ส่วนอก และเพื่อประโยชน์สูงสุดก็ต้องปรุงด้วยวิธีการต้มหรือนึ่งจะได้ไม่มีไขมันอันเป็นตัวการของความอ้วน ยังไงก็ตามแต่หากจะต้องเลือกซื้อเนื้อไก่มาทำอาหารก็ควรเลือกให้เหมาะสมตามความต้องการ และกินในปริมาณที่พอเหมาะ คุณจะกินเนื้อส่วนที่มีไขมันมากก็ไม่เป็นไรถ้ากินในปริมาณที่พอดี จะได้ไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องไขมันและคอเลสเตอรอล อีกทั้งจะได้มีสุขภาพดี ได้กินเนื้อไก่ไปอีกนานแสนนาน

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://goo.gl/Cu3nQ4

อ่านต่อเรื่องราวสาระดีๆต่อได้ที่ : http://mzi-ads.com/

วิเคราะห์บอล ประจำวันที่ 31 มกราคม 2561 ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ระหว่าง เชลซี VS บอร์นมัธ

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

เชลซี VS บอร์นมัธ

วิเคราะห์บอล ประจำวันที่ 31 มกราคม 2561

ราคาต่อรอง : เชลซี ต่อ 1.5/2
สถิติการพบกันล่าสุดของ เชลซี -VS- บอร์นมัธ

 สถิติ 5 นัดล่าสุดของ เชลซี : ชนะ 2 เสมอ 3 แพ้ 0

 สถิติ 5 นัดล่าสุดของ บอร์นมัธ : ชนะ 1 เสมอ 3 แพ้ 1

11 ตัวผู้เล่นที่คาดว่าลงสนาม

ตัวผู้เล่นเจ็บและแบน

ทรรศนะ: เชลซี รอลุ้นว่าจะได้ ชิรูส์ มาร่วมทีมทันที่จะส่งลงเล่นหรือไม่ ถ้าไม่ทันก็ต้องใช้ อาซาร์ ลงเล่นเป็นกองหน้าก่อน หรืออาจจะส่ง บาสซัวยี่ ลงเล่นก็เป็นได้ เกมรุก บาร์คลี่ย์ น่าจะได้ลงประเดิมเกมลีกเสียที กองกลาง ก็องเก้ , ฟาเบรกาส และ บากาโยโก้ ลงเล่นร่วมกันตรงกลาง ส่วนริมเส้นก็คงเป็นหน้าที่ของ อลอนโซ่ และ โมเสส ด้านเกมรับ รูดิเกอร์ , คริสเตนเซ่น และ อัสปลิลิกวยต้า ยังคงเล่นเกมรับได้ไม่มีปัญหา ส่วนทีมเยือนไม่แพ้ในเกมลีกมา 3 นัดติดต่อกันก็ถือว่าทำได้ดีพอสมควร แจ่นัดนี้ถือว่าเจองานที่หนักพอสมควรอยู่ที่เกมรับล้วนๆว่าจะทำได้ดีแค่ไหนในการหยุดเกมรุกเจ้าบ้าน ซึ่งกองหลังนั้นใช้ 3 คนคือ ฟรานซิส , สตีฟ คุ๊ก และ อาเก้ มีวิงแบ็คด้านข้างซ้ายขวาคือ สมิธ และ ดาเนี่ยล คู่กองกลางใช้ ลูอิส คุ๊ก และ กอสลิ่ง ด้านเกมรุกมี วิลสัน เป็นกองหน้าคนเดียวส่วนด้านหลังนั้นมี คิง และ ไอบ์ คอยสนับสนุนเรื่องเกมรุกอยู่ด้านหลัง การเล่นนอกบ้านของ บอร์นมัธ นั้นมีปัญหาพอสมควรแพ้บ่อย ถ้าเจ้าบ้านนั้นยิงได้ไวซึ่งต้องเน้นให้ทำได้ด้วยไม่อย่างนั้นปล่อยไว้นานๆเข้าจะเจาะได้ยากมากขึ้นเรื่องๆ ถ้าเน้นก็คงทำได้ไม่ยากสำหรับ เชลซี 2 ลูกคงมีมาฝากแฟนๆในสนามแน่
ฟันธง: เชลซี ชนะ 2-0
ความมั่นใจ : [80%]

ขอบคุณข้อมูลโดย : เว็บไซต์วิเคราะห์บอลออนไลน์

เครื่องบากท่อ TJ 2000 บากท่อสแตนเลส บากท่อเหล็ก คุณภาพจากโรงงานผลิต สำหรับช่างมืออาชีพ

คุณสมบัติ เครื่องบากท่อ TJ 2000

สามารถใช้บากมุมท่อสแตนเลส บากมุมท่อเหล็ก เครื่องบากท่อ TJ 2000 บากมุมท่อ ได้รับความนิยิมจากช่างติดตั้งทำโครงหลังคาและช่างติดตั้งประตูรั้วเป็นอย่างมาก ภายในตัวเครื่องบากท่อ แถมมาพร้อมกับสายพานผ้าทราย 3M

รายละเอียด: เครื่องบากท่อ TJ 2000

  • มอเตอร์ 2HP 220V ความเร็วรอบ 2800 RPM
  • พร้อมอุปกรณ์โมลด์ 3/4  1-1/4 1-1/2  2 ,2-1/2
  • โมลด์สั่งทำเพิเศษได้ถึง(สั่งทำพิเศษ)
  • ขนาด 60 cm. x 80 cm. x 96 cm.
  • น้ำหนัก 120 กก.

ผลิตภัณฑ์คุณภาพเครื่องบากท่อ TJ 2000 แนะนำ!!

เครื่องบากท่อ TJ 2000 บากท่อสแตนเลส บากท่อเหล็ก คุณภาพจากโรงงานผลิต สำหรับช่างมืออาชีพ

เครื่องมือบากมุมท่อ TJ 2000ที่ช่วยให้เกิดความสะดวกสำหรับช่างทำงานสแตนเลสและงานเหล็กดัด ได้เป็นอย่างดี ใช้ในการทำงานที่จำเป็นต้องบากมุมท่อเป็น รูปปากฉลาม เพื่อใช้สำหรับงาน ราวบันใด ราวกันตก โครงกันสาดหลังคาโพลีคาร์บอเนต และ ไฟเบอรกลาส ประตูสแตนเลส บานประตูสแตนเลสผสมอลูมิเนียมลาไม้ Aluwood เครื่องบากท่อมาพร้อมกับประโยชน์ใช้สอยอื่นๆอีกมากมาย เนื่องจากมีโมว์หลายขนาดที่เหมาะสมกับขนาดท่อมาตราฐาน ทั้งท่อเหล็ก และ ท่อสแตนเลส ซึ่งมีตั้งแต่ขนาด 3/4 หุน ถึง 3 นิ้ว ประกอบกับการใช้งานคู่กับสายพานบากท่อ ผ้าทรายสายพานคุณภาพสูงของ 3M ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้กับเครื่องบากท่อ TJ 2000 โดยเฉพาะจึงทำให้มีความทนทานสูงใช้งานได้ยาวนาน ลดความสิ้นเปลืองเหมาะสำหรับเป็นผู้ช่วยช่างมืออาชีพทั้งหลาย มีขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก ผลิตจากวัตถุดิบ 3M ชั้นดีที่สุด เพื่อช่างสแตนเลส / เหล็กดัดมืออาชีพ

การใช้งานเครื่องบากท่อ โดยสั่งเขป

วิธีการใช้งาน เครื่องบากท่อ ท่อเหล็ก ท่อสแตนเลส

วฺิธีการใช้งานเครื่องบากท่อ TJ 2000 / ท่อเหล็ก และ ท่อสแตนเลส

  1. ใส่สายพานเข้ากับเครื่องบากท่อ ด้วยการมุนที่มอเตอร์ให้มู่เล่ เข้ามาด้านในเครื่อง
  2. ใส่โมว์บากท่อตามขนาดที่ต้องการ แถมมากับตัวเครื่อง โมว์บากท่อขนาด 3/4, 1, 1.1/4, 1.1/2, 2, 2.1/2(นิ้ว)
  3. ใส่ผ้าทรายสายพาน 3M  เข้าเครื่องบากท่อให้เรียบร้อย
  4. เร่งสายพานให้ตึงพอประมาณ โดยมีมือหมุนอยู่ด้านหลังเครื่องบากท่อ
  5. ด้านปากกาจับท่อ ปรับแต่ตั้งองศา ตามต้องการ ขันและหมุนเพื่อจับปากกาให้แน่น

หมุนเลื่อนท่อให้ได้ระยะ กึ่งกลางของสายพานเพื่อบากท่อ / งานเสร็จเรียบร้อย

ขอบคุณแหล่งที่มา :https://goo.gl/WWf6Hj

อ่านเรื่องราวเกียวกับเครื่องดัดเหล็กได้ที่ : http://galaxy-7.net/interesting/201801151

20 ข้อกฏกติกาการแข่งขัน MOTO GP

กฏและเงื่อนไขในการเข้าร่วม

  1. เครื่องยนต์จะต้องมีขนาดไม่เกิน 1,000cc แต่ถ้าหากขนาดเครื่องยนต์น้อยกว่า 800cc จะต้องมีน้ำหนักรถไม่น้อยกว่า 150 กิโลกรัม ส่วนถ้าใช้เครื่องยนต์ขนาด 800cc – 1,000cc ให้มีน้ำหนักรถไม่น้อยกว่า 160 กิโลกรัม
  2. ห้ามใช้ Super Charge หรือ Turbo เข้ามาช่วย และต้องมีเกียร์ไม่เกิน 6 เกียร์ ความจุถังน้ำมันไม่เกิน 21 ลิตร นักแข่ง 1 คน จะใช้เครื่องยนต์ได้ไม่เกิน 5 เครื่อง ต่อ 1 ฤดูกาล ถ้าใครใช้เกินจะถูกปรับให้ไปออกสตาร์ทใน Pit Lane หลังจากคนอื่น 10 วินาที
  3. นักแข่งจะต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 50 ปี
  4. ขนาดของล้อหน้า กว้าง 4 นิ้ว ส่วนล้อหลัง กว้าง 6.25 นิ้ว และใช้ขอบ 16.5 นิ้วเท่านั้น
  5. ห้ามใช้เฟรมที่ทำจากไทเทเนียม (Titanium)
  6. จำนวนรอบที่ใช้ในแต่ละสนามแข่งขัน จะขึ้นอยู่ที่ระยะทางที่จะต้องคำนวณให้มีความใกล้เคียง 95 – 135 กม. มากที่สุด
  7. ท่อไอเสียที่ใช้จะต้องมีเสียงดังไม่เกิน 130 เดซิเบล ที่ 5,500 รอบต่อนาที
  8. ระบบส่งกำลัง ห้ามใช้ Twin clutch, เกียร์ CVT และ เกียร์ Automatic
  9. จำนวนเครื่องยนต์สำหรับนักแข่งต่อฤดูกาล
    ◊ 7 เครื่อง สำหรับทีมผู้ผลิต (MSMA)
    ◊ 9 เครื่อง สำหรับทีมผู้ผลิตที่เพิ่งเข้าร่วมเป็นปีแรก
    ◊ 12 เครื่อง สำหรับทีมแข่งอิสระ (CRT)
    ◊ 2 เครื่อง สำหรับนักแข่ง (Wild Card)
  10. ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง (ปี 2014)
    ◊ 20 ลิตร สำหรับผู้ผลิต (MSMA)
    ◊ 24 ลิตร สำหรับทีมแข่งอิสระ (CRT)
  11. ลูกสูบต้องไม่ทำมาจากวัสดุ Carbon หรือ Aramid
  12. เมื่ออยู่ใน Pit Lane ให้ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 60 กม.ต่อ ชม.
  13. ถ้าเข้าเส้นชัยช้า หรือโดนน็อครอบ จะได้นับว่าแข่งจบก็ต่อเมื่อ แข่งได้ 75% ของทั้งหมด และผ่านธงตราหมากรุกในระยะเวลาไม่เกิน 5 นาทีตามหลังผู้ชนะ
  14. ระบบเบรค
    ◊ ห้ามใช้ ABS
    ◊ บังคับให้มี Break Lever Protector
    ◊ ให้ล้อทุกล้อต้องมีเบรคอันหนึ่งเป็นอย่างน้อย
    ◊ ระบบแต่ละล้อต้องแยกอิสระจากกัน ห้ามมาคอมไบน์เบรค
    ◊ ขนาด carbon disc คือ ไม่เกิน 320mm สำหรับทีมผู้ผลิต แต่สำหรับทีม CRT ใหญ่กว่าได้
  15. MotoGP มีทีมแข่ง 3 ประเภท คือ
    ทีม Factory หรือ ทีมโรงงาน คือ ทีมที่เป็นตัวหลักของผู้ผลิตรายนั้นๆ เช่น Honda, Kawazaki, Yamaha, Ducati, Suzuki เป็นต้น โดยทีมโรงงานจะได้รถ อุปกรณ์ รวมไปถึง เทคโนโลยีระดับสูงสุดจากผู้ผลิตเท่าที่จะหามาได้ ซึ่งแน่นอนว่า ค่าใช้จ่ายต่อคัน ต้องเป็นตัวเลขที่สูงจนน่าตกใจแน่นอน นักแข่งก็ต้องเทพด้วยครับ เพราะต้องสรรหามาแต่ระดับเทพๆ เท่านั้น สำหรับทีม Factory มีดังนี้
    ◊ Repsol Honda Team
    ◊ Yamaha Factory Racing
    ◊ Ducati Team
    ทีม Satellite ก็คือ ทีมสนับสนุน เป็นทีมที่ผู้ผลิตจะสนับสนุนชิ้นส่วนบางอย่าง (เช่นเฟรมกับเครื่องยนต์ เป็นต้น ที่เหลือไปพ่นสีกันเอง อิอิ) รวมไปถึงเทคโนโลยีบางส่วน (ถ้าเอาหมดก็จนกันพอดีครับ) แต่ทีมเหล่านี้มักจะมีชื่อยี่ห้อผู้ผลิตแปะมาในทีมด้วย เพราะเอาเงินเค้ามาเยอะเหมือนกัน ส่วนใหญ่นักแข่งในทีมเหล่านี้ จะเป็นพวกฝีมือเกือบเทพ หรือใต่เต้ามาจากรายการอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับ MotoGP หรือตกอับ ย้ายมาจากทีมโรงงาน อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคนครับ สำหรับทีม Satellite ปี 2013 มีดังนี้
    ◊ Monster Yamaha Tech 3
    ◊ Go and Fun Honda Gresini (มีสองคน โดยอีกคนขี่ CRT)
    ◊ LCR Honda MotoGP
    ◊ Ignite Pramac Racing (Ducati)
    ◊ Energy T.I. Pramac Racing (Ducati)
    ทีม CRT (Claiming Rule Teams) เป็นทีมอิสระที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องยนต์ของรถตลาดมาปรับแต่งกับเฟรมรถของตนเองได้ เพื่อให้ทีมเหล่านี้สามารถร่วมการแข่งขันโดยใช้งบประมาณไม่เยอะ (น้อยมากเมื่อเทียบกับทีมโรงงาน) ทีม CRT มีดังต่อไปนี้
    Go & Fun Honda Gresini (FTR-Honda) ทีมนี้ส่งทั้ง Satellite กับ CRT
    ◊ Power Electronics Aspar (ART)
    ◊ NGM Mobile Forward Racing (FTR Kawazaki)
    ◊ Paul Bird Motorsport (PBM)
    ◊ Avintia Blusens (FTR)
    ◊ Came IodaRacing Project (Ioda-Suter)
    ◊ Cardion AB Motoracing (ART)
  16. ตารางคะแนน มีอันดับ 1-15 ตาม อันดับ 25,20,16,13,11,10,9,8,7,6,5,4,3,2,1
  17. Wings หรือปีกที่ติดอยู่กับแฟร์ริ่ง ต้องมีขอบที่โค้งมนที่มีรัศมีอย่างน้อย 2.5 มิลเมตร เพื่อป้องกันอันตรายจากการบาด
  18. ไม่จำกัดจำนวนรถต่อยี่ห้อ แต่ทีมโรงงานจะมีนักแข่งได้แค่ 2 คนเท่านั้น
  19. จำนวนยางที่ใช้ในการทดสอบต่อนักแข่ง 1 คน ใน 1 ฤดูกาลคือ 120 ชุด
  20. ในแต่ละสนาม นักแข่งแต่ละคนจะได้รับยางหน้าทั้งหมด 10 ชุดและยางหลังที่หมด 12 ชุด

เรื่องเล่าขานสมัยก่อน มนุษย์หมาป่า มีจริงหรือไม่

มนุษย์หมาป่า (Werewolf) เป็นผีประเภทเดียวกับพวกแวมไพร์ และมีอุปนิสัยชอบดื่มกินเลือดและเนื้อของสิ่งมีชีวิตทุกประเภท ชาวยุโรปในยุคกลางเชื่อว่า บุคคลที่มีเป็นมนุษย์หมาป่าจะกลายร่างจากมนุษย์ธรรมดาเป็นหมาป่าในคืนวันที่พระจันทร์เต็มดวง ซึ่งมนุษย์หมาป่าอาจจะแปลงร่างเป็นหมาป่าทั้งตัวหรือเป็นเพียงครึ่งตัวก็ได้ บางครั้งอาจแปลงร่างเป็นสัตว์ป่าชนิดอื่น เช่น หมี เป็นต้น ด้วยก็มี

ความเชื่อเรื่องมนุษย์หมาป่า อาจเป็นไปได้ว่ามีที่มาจากความน่ากลัวของหมาป่า โดยเฉพาะหากเป็นหมาป่าในแถบยุโรปด้วยแล้ว จะยิ่งมีความน่ากลัวมากกว่า เนื่องจากหมาป่าเหล่านี้จะมีลำตัวขนาดใหญ่ และออกล่าเหยื่อเป็นฝูง  โดยพวกมันอาจจะดักซุ่มโจมตีเหยื่อในเวลากลางคืน นอกจากนี้ ความเชื่อและความหวาดกลัวว่ามนุษย์หมาป่าดุร้ายเหมือนอย่างปีศาจ แม่มด หรือแวมไพร์ ยิ่งทำให้มนุษย์หมาป่าน่ากลัวมากขึ้นไปอีก ซึ่งเรื่องราวของมนุษย์หมาป่าถูกเล่าขานมาตั้งแต่ในอดีตจวบจนถึงปัจจุบัน และถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบผ่านทางผลงานทางวรรณกรรม เช่น ภาพยนตร์ ละคร หรือการ์ตูน เป็นต้น

นักวิทยาศาสตร์หรือนักวิชาการในปัจจุบันกลับมีความเชื่อว่า ความจริงแล้วมนุษย์หมาป่าเป็นเพียงสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่มีอยู่ในกายมนุษย์ โดยคำว่า WEREWOLF ที่หมายถึงมนุษย์หมาป่านั้น รากศัพท์ของคำว่า มนุษย์หมาป่า ก็คือ Were ซึ่งในภาษาอังกฤษโบราณมีความหมายว่า “มนุษย์” นั่นเอง

ส่วนความเชื่อเรื่องที่มนุษย์สามารถกลายร่างเป็นสัตว์ได้นั้นก็มีอยู่ในทั่วทุกมุมโลกในทุกชาติทุกภาษา อย่างเช่นในอเมริกาใต้ที่มีการกล่าวถึงมนุษย์งูเหลือมหรือมนุษย์จระเข้ ในแอฟริกาที่มีมนุษย์เสือดาว เสือดำ หรือปีศาจช้าง ในอินเดียที่มีมนุษย์สิงโต หรือ “นรสิงห์” ในรัสเซียกับสแกนดิเนเวียที่มีมนุษย์หมี หรือ ในเทพปกรณัมกรีกก็ยังมีเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ถูกเทพซุสสาบให้กลายเป็นหมาป่า ที่มีนามว่า “Lycan” ส่วนมนุษย์บางเผ่าพรรณ อย่างเผ่าพรรณไวกิ้งก็ถูกเชื่อว่าสามารถแปลงกายเป็นสัตว์ป่าแสนร้ายกาจบางชนิดได้เมื่อถึงเวลาที่ต้องออกรบ หรือ ชาวแอฟริกาบางคนก็สามารถแปลงกายเป็นสุนัขจิ้งจอกในขณะที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้ด้วย ส่วนทวีปเอเชียของเราก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับคนแปลงเป็นสัตว์เช่นกัน เช่น ในประเทศอินเดียจะมีมนุษย์เสือซึ่งก็เป็นประเภทเดียวกันกับเสือสมิงของประเทศไทยเรานั่นเอง และจากสถิติที่เคยบันทึกไว้ บ่งชี้ว่าในกลางคืนที่มีพระจันทร์เต็มดวง ถือเป็นช่วงเวลาที่มีแนวโน้มของการเกิดอาชญากรรมมากกว่าเวลากลางคืนทั่วไป ทั้งนี้ก็น่าจะเป้นเหตุผลของอิทธิพลจากดวงจันทร์นั่นเอง

ส่วนเหตุผลที่ทำไมคนปกติจึงสามารถแปลงร่างเป็นหมาป่าไปได้นั้น ก็มีการสืบค้นหาข้อเท็จจริงมากมาย ตำนานเล่าว่า การแปลงกายเป็นมนุษย์หมาป่าเกิดขึ้นได้จากการใช้คาถาปลอมตัว หรือในบางรายก็มีการใช้น้ำมันศักดิ์สิทธิ์มาอาบกาย ประกอบกับการสวมเสื้อคลุมที่ทำมาจากหนังหมาป่า หรือการคาดเอวด้วยเข็มขัดหนังหมาป่า และหากมีกลิ่นอายของดอกไม้พิเศษบางชนิดคละคลุ้งด้วยแล้วละก็ ร่างกายของเขาผู้นั้นก็จะเปลี่ยนแปลงไปเป็นขนสีน้ำตาลที่ขึ้นยาวปกคลุมทั่วร่างกาย มีหูตั้งตรงชี้ฟ้ายาวออกมาคล้ายหมาป่า มีเขี้ยวแหลมคมงอกยาวออกมาจากปากดวย พร้อมดวงตาที่แดงฉานเหมือนเลือดเมื่อต้องกับแสงไฟ อย่างไรก็ตาม พิธีการทั้งหมดนี้มักจะต้องกระทำในคืนวันเพ็ญซึ่งมีความเชื่อว่า จะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่ามากที่สุด  ซึ่งเมื่อสามารถแปลงกายได้ครบถ้วนแล้ว มนุษย์หมาป่าตัวนี้ก็พร้อมจะออกล่าเหยื่อ หาเนื้อสดๆกิน หรือดื่มเลือดทั้งเป็นได้แล้ว

ประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสได้มีการบันทึกย้อนหลังไปถึงปี ค.ศ.1573 ไว้ว่า ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งเกิดมีเรื่องสยองขวัญขึ้น เมื่อเกิดมีเด็กหลายคนถูกสังหารไปในเวลาใกล้กัน และฆาตกรยังได้ฉีกเนื้อหนังศพกินเล่นอย่างน่าสยดสยอง ฆาตกรรมครั้งนี้มีผู้ต้องสงสัยชื่อว่า กิลส์ การ์นิเยร์ ซึ่งหลังจากที่เขาโดนทรมานอย่างแสนสาหัส ในที่สุดก็ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุจริงๆ นายผู้นี้จึงถูกลงโทษอย่างร้ายแรงที่สุดโดยการเผาทั้งเป็น

ต่อมาในปี ค.ศ.1589 ซึ่งห่างจากเหตุการณ์แรกเพียงไม่กี่ปีก็เกิดเหตุที่น่าสยดสยองขึ้นอีก แต่เกิดที่ประเทศเยอรมันแทน โดยชายต้องสงสัยมีนามว่า ปีเตอร์ สตับบ์ เขาถูกตั้งข้อหาว่าทำพิธีเป็นมนุษย์หมาป่า โดยพบหลักฐานเป็นเข็มขัดหนังหมาป่า อีกทั้ง ยังได้ฆาตกรรมคนจำนวนมากทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และเด็กน้อย ซึ่งเขาสังหารคนเหล่านี้อย่างเลือดเย็นมาติดต่อกันนานถึง 25 ปี  ในที่สุด สตับบ์ก็รับยอมรับว่าเขาเป็นผู้ทำร้ายคนเหล่านี้จริง โดยหากเหยื่อเป็นหญิงจะลงมือข่มขืนก่อนฆ่า จากนั้นจึงลงมือกินซากศพของเธอ ด้วยความผิดร้ายแรงเช่นนี้ ทำให้สตับบ์ถูกตัดสินให้ประหารชีวิต และถูกทรมานอย่างแสนสาหัสก่อนที่จะสิ้นใจตายด้วย

ที่ประเทศฝรั่งเศส ยังมีชนเผ่ามนุษย์หมาป่าที่อยู่รวมกันเป็นฝูงอีกด้วย ชนเผ่ามนุษย์หมาป่านี้ถูกเรียกกันว่า “พวกลูแปง”  ซึ่งพูดกันมาอย่างหนาหูว่าถิ่นฐานบ้านเดิมของคนพวกนี้อยู่ที่นอร์มังดี เมื่อตกกลางคืน พวกเขาจะจับกลุ่มกันพุดคุยด้วยภาษาแปลกๆ อีกทั้งยังชอบยืนพิงกำแพงสุสานของเมืองด้วย เมื่อใดที่มนุษย์หมาป่าลูแปงได้ยินเสียงฝีเท้าของใครสักคนที่เดินผ่านมา หมาป่าลูแปงจะกลัวและรีบหลีกหนีไปให้พ้นทาง นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเล่าอีกว่า พวกลูแปงนิยมใช้มือเปล่าๆในการขุดคุ้ยหลุมศพ เพื่อขโมยกระดูกศพขึ้นมาแทะเล่น

เมื่อถึงคืนเพ็ญ มนุษย์หมาป่าจะแปลงร่างจากมนุษย์กลายเป็นหมาป่าเพื่อออกอาละวาดล่าเหยื่อ จากนั้นมนุษย์หมาป่าจะกลับคืนร่างเดิมอีกครั้งโดยอัตโนมัติเมื่อพระอาทิตย์โผล่ขึ้นพ้นจากขอบฟ้าในยามรุ่งสาง และในทุกๆตำนานยังกล่าวด้วยเนื้อหาที่ตรงกันอีกว่า ร่างของมนุษย์หมาป่าที่กลับกลายเป็นคนธรรมดาแบบทันทีทันได้เมื่อมนุษย์หมาป่าได้รับบาดเจ็บหรือสูญสิ้นชีวิตลง

แม้ว่ามนุษย์หมาป่าที่ถูกเล่าขานตามตำนานต่างๆ จะดูน่ากลัวและดุร้ายน่าเกรงขาม แต่โดยส่วนใหญ่ก็เชื่อกันว่า การตามล่าหรือสังหารมนุษย์หมาป่าสามารถทำได้ไม่ยาก เพราะมนุษย์หมาป่าไม่ต่างอะไรกันกับการไล่ล่าหมาป่าธรรมดาตัวหนึ่งเลย ซึ่งมีหลักฐานหลายเรื่องของยุโรปที่บ่งบอกถึงวิธีการสังหารมนุษย์หมาป่าไว้มากมาย เช่น การยิง การทุบตี และการแทงด้วยมีด แต่ทว่าก็ยังมีบางตำนานที่กล่าวในทางตรงข้าม กล่าวคือ มนุษย์หมาป่าจะมีจิตวิญญาณปีศาจสิงสถิตอยู่ ทำให้ไม่สามารถฆ่ามนุษย์หมาป่าด้วยวิธีธรรมดาทั่วไปได้ อย่างไรก็ตาม ในประเทศอังกฤษ สกอตแลนด์ และฝรั่งเศส ยังมีความเชื่อว่า มนุษย์หมาป่าจะไม่เสียชีวิตลงด้วยกระสุนปืนธรรมดา แต่จะเสียชีวิตจากกระสุนปืนที่ทำจากโลหะเงินเท่านั้น โดยเฉพาะหากกระสุนเงินลูกนั้นผ่านการลงคาถาอาคมมาแล้ว จะยิงทำให้มีอำนาจในการสังหารมนุษย์หมาป่ามาก

ประโยชน์ของ สมุนไพรของไทย “กะเพรา”

สมุนไพรกะเพรา มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า กอมก้อ กอมก้อดง (เชียงใหม่), ห่อกวอซู ห่อตูปลู อิ่มคิมหลำ (แม่ฮ่องสอน), กะเพราขน กะเพราขาว กะเพราแดง (ภาคกลาง), อีตู่ไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เป็นต้น

กะเพราจัดเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณทางยาช่วยรักษาโรคได้หลายชนิด ทั้งตำรับยาไทยและต่างประเทศก็ระบุว่ากะเพราเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณหลายด้าน อย่างตำราสมุนไพรไทยบ้านเราก็บรรยายสรรพคุณของกะเพราเอาไว้ว่า รสฉุน ร้อน ช่วยขับลมแก้ซาง แก้ท้องขึ้น จุกเสียดแน่นท้อง ปวดท้อง ช่วยในการย่อยอาหาร และช่วยบำรุงธาตุ เป็นต้น และในต่างประเทศก็มีการใช้กะเพราในการรักษาโรคกันอย่างกว้างขวางยิ่งกว่าบ้านเราเสียอีก โดยเฉพาะประเทศอินเดีย เขาถือว่ากะเพราเป็นยารักษาโรคได้ทุกโรค และยังจัดเป็นราชินีแห่งสมุนไพร (The Queen of herbs) หรือเป็นยาอายุวัฒนะ (The Elixir of life) เลยก็ว่าได้

กะเพรามีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ กะเพราแดง กะเพราขาว โดยกะเพราแดงจะมีฤทธิ์ที่แรงกว่ากะเพราขาว ในสรรพคุณทางยาจึงนิยมใช้กะเพราแดง โดยส่วนที่นำมาใช้ทำเป็นยาสมุนไพรก็ได้แก่ ส่วนของใบ ยอดกะเพรา (ทั้งสดและแห้ง) และทั้งต้น แต่ถ้านำมาใช้ประกอบอาหารจะนิยมใช้กะเพราขาวเป็นหลัก

ลักษณะเด่นของกะเพรา

ต้นกะเพรา เป็นพืชสวนครัว ไม้ล้มลุกทรงพุ่มขนาดเล็ก ต้นสูง 30-60 เซนติเมตร มีอยู่ 2 พันธุ์ คือ กะเพราขาวและกะเพราแดง กะเพราขาวจะมีใบและส่วนต่างๆ เป็นสีเขียวอ่อน กะเพราแดงจะมีส่วนต่างๆ และใบเป็นสีเขียวอมม่วงแดง มีกลิ่นแรงกว่ากะเพราขาว  ต้น กะเพราเป็นพืชสวนครัว ไม้ล้มลุกทรงพุ่มขนาดเล็ก ต้นสูง 30-60 เซนติเมตร มีอยู่ 2 พันธุ์ คือ กะเพราขาวและกะเพราแดง กะเพราขาวจะมีใบและส่วนต่างๆ เป็นสีเขียวอ่อน กะเพราแดงจะมีส่วนต่างๆ และใบเป็นสีเขียวอมม่วงแดง มีกลิ่นแรงกว่ากะเพราขาว

ใบสีเขียว ขนาดเล็กมากมายเต็มต้น เป็นใบเลี้ยงเดี่ยวรูปกลม ค่อนข้างรี กว้าง 1 เซนติเมตร ยาว 3 เซนติเมตร ใบอ่อนนุ่ม ขอบหยัก ออกตรงข้ามกัน มีขนเล็กๆ ปกคลุมไปหมดที่ใบและก้านใบมีกลิ่นหอม ยอดและใบอ่อนมีกลิ่นหอมกว่าส่วนอื่น ควรตัดแต่งกิ่งบ่อยๆ ด้วยมีดคมเพื่อให้กะเพราแตกยอดมากขึ้น

ดอก ออกดอกเป็นช่อสูงขึ้นไปเป็นชั้นๆ คล้ายฉัตร ช่อยาว 8-14 เซนติเมตร มีดอกติดอยู่โดยรอบของช่อ ก้านดอกมีขน กลีบเลี้ยงมีข้างบนและข้างล่าง กะเพราขาวมีดอกสีขาว กะเพราแดงมีดอกสีแดง

ผล ขนาดเล็กมี 4 ผลอยู่ด้วยกัน ผลแก่แห้งเป็นสีน้ำตาล ภายในมีเมล็ดเล็กสีดำอยู่มากมาย

การปลูก ปลูกได้ง่ายมากช่วงต้นฤดูฝน ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด รดน้ำให้ชุ่ม ต้นงอกงามดีในฤดูฝน หรอใช้กิ่งปักชำก็ได้แต่ไม่ค่อยนิยม กะเพราปลูกขึ้นง่ายไม่ค่อยมีโรคหรือแมลงรบกวน

สรรพคุณทางยา

  • ช่วยย่อยไขมัน
  • ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร
  • กะเพรามีสรรพคุณช่วยขับน้ำดี
  • น้ำมันสกัดจากใบสด ช่วยล่อแมลง ทำให้แมลงวันทองบินมาตอมน้ำมันนี้
  • ใช้ในการประกอบอาหารและช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ ในเมนูกะเพราสุดโปรด เช่น ผัดกะเพรา แกงเลียง แกงป่า แกงคั่ว แกงเขียวหวาน แกงส้มมะเขือขื่น ผัดกบ ผัดหมู ผัดปลาไหล พล่าปลาดุก พล่ากุ้ง หรือจะนำใบกะเพรามาทอดแล้วใช้โรยหน้าอาหารเมนูต่างๆ
  • ใบกะเพราสามารถช่วยดับกลิ่นปากอันไม่พึงประสงค์ได้
  • ใช้ทำเป็นยาอายุวัฒนะ
  • ช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นและป้องกันอาการหวัดไ

ดังนั้น จะเห็นได้ว่ากะเพราเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์มากมายจริงๆ แถมหารับประทานกันได้ง่ายอีกด้วย ปลูกเป็นพืชสวนครัวไว้ที่บ้านก็ดี กินดี รักษาโรค ได้สุขภาพ

ขอบคุณวีดีโอประกอบ  NAVA DIY

เรียงเรียงโดย : mzi-ads.com

 

โปรตีนและไขมัน จากเนื้อสัตว์แต่ละชนิด การเลือกซื้อ ที่คนไทยนิยมรับประทานมากที่สุด

โปรตีนและไขมัน จากเนื้อสัตว์แต่ละชนิด ที่คนไทยนิยมรับประทาน
เนื้อสัตว์ ถือเป็นอาหารที่เป็นแหล่ง โปรตีนที่สำคัญที่สุดสำหรับเรา เนื้อสัตว์แต่ละประเภทก็มีคุณค่าทางอาหารที่แตกต่างกันออกไป และในขณะเดียวกันหากกินปริมาณมากๆ ก็อาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายแตกต่างกันออกไป ดังนั้นเราควรเลือกทานเนื้อสัตว์ให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายเราและเหมาะสมไม่มากจนเกินไปและไม่น้อยจนเกินไป เรามาดูกันว่าเนื้อสัตว์แต่ละชนิดมีโปรตีนและไขมันเท่าไหร่ ไปดูกันเลย!!

เนื้อวัว


เนื้อวัวในปัจจุบันมีหลายชนิดและหลายเกรดมาก ของแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ]ละกันครับ คือเนื้อวัวพื้นเมือง และเนื้อวัวขุนหรือโคขุนที่เราได้ยินกันบ่อยๆนั้นเอง โดยปริมาณโปรตีนนั้นมีเท่าๆกันคือประมาณร้อยละ 20 ของน้ำหนักเนื้อทั้งหมด แต่ไขมันในวัวขุนมีมากกว่า 10-15 เท่าเลยทีเดียว ก็เลือกเอาว่าชอบแบบไหน

สำหรับใครที่ต้องการลดน้ำหนัก แต่อยากทานเนื้อวัวควรเลือกทานเนื้อวัวพันธุ์พื้นเมืองมากกว่าโคขุน นอกจากจะเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญแล้ว ยังเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญของธาตุเหล็ก ที่ช่วยบำรุงในเรื่องของเลือด และวิตามินบี 12 ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจ และสมองเสื่อมอีกด้วย หากจะทานให้ได้โปรตีนสูงและไขมันที่น้อยที่สุด ควรเลือกทานเนื้อสันส่วนบน จะมีไขมันแทรกอยู่น้อยที่สุดครับ

เนื้อหมู

เนื้อหมูเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญที่สุด และได้รับความนิยมสูงสุด ในปัจจุบันเนื้อส่วนที่มีคุณภาพ(ของโปรตีน)มากที่สุดคือ เนื้อสันใน และเนื้อที่มีไขมันมากที่สุดคือหมูสามชั้น ตามมาด้วยคอและซี่โครง เนื้อหมูที่สดจะมีสีชมพูอ่อน ใช้นิ้วกดลงไปแล้วไม่ยุบ

เนื้อหมู นอกจากจะอุดมไปด้วยโปรตีนแล้ว ยังเป็นแหล่งของสารอาหารอื่นๆ เช่นวิตามินบี 1 ช่วยลดอาการเหน็บชา วิตามินเอบำรุงสายตา และยังมีฟอสฟอรัส และไนอาซีน(วิตามินบี3) ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากไม่ว่าจะเป็นช่วยในการลดไขมัน ลดการอักเสบของผิวหนัง หรือแม้กระทั่งบำรุงสมอง จะพบมากในเนื้อส่วนที่ไม่ติดมัน สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นเมนูไทย เมนูต่างประเทศ เช่น หมูทอดกระเทียม , หมูปิ้งนมสด , สเต็กหมู เป็นต้น

เนื้อไก่

เนื้อไก่เป็นเนื้อที่ให้โปรตีนคุณภาพสูง และให้ไขมันน้อยมากๆ เว้นแต่ว่าเราจะรับประทานหนังเข้าไปด้วย เนื้อไก่ที่ควรทานเพื่อสุขภาพที่ดีคือ เนื้ออก เพราะเป็นส่วนที่มีไขมันน้อยมากคือร้อยละ 8.2 และส่วนที่มีไขมันมากที่สุดก็คือสะโพกและปีก ซึ่งจะมีไขมันเป็นสองเท่าของเนื้ออกไก่เลยที่เดียว และชิ้นส่วนที่ไม่แนะนำให้รับประทานเลยของไก่ก็คือส่วนคอ เพราะมีการวิจัยแล้วพบว่าเป็นแหล่งตกค้างของสารเคมี และปฏิชีวนะสูงมาก หากจะทานให้ได้ประโยชน์สูงสุดควรทานเนื้อไก่ที่ลอกหนัง และปรุงด้วยการต้มหรือนึ่ง และ การทอดหรือ หารย่างนั้น ก็รับประทานในปริมาณที่น้อยและไม่บ่อยจนเกินไป เมนูแนะนำ ไก่ทอดเกลือ, ไก่ต้มน้ำปลา , ไก่ปิ้งนมสด เป็นต้น

เนื้อปลา

เนื้อปลาเป็นโปรตีนที่แนะนำให้ทานมากที่สุด เพราะนอกจากมีไขมันที่น้อยแล้ว ยังเป็นโปรตีนชนิดที่ย่อยง่ายที่สุด นอกจากนี้หากเราทานปลาทะเล เราจะได้ไขมันชนิดที่ดีคือโอเมกา 3 ที่มีส่วนช่วยในเรื่องโรคหัวใจ และบำรุงสมอง นอกจากนี้เนื้อปลายังอุดมไปด้วยวิตามินเอ บี และดี และยังมีแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกายอย่างเช่น ไอโอดีนที่ช่วยป้องกันโรคคอพอก ธาตุเหล็กช่วยบำรุงเลือด และแคลเซียมที่ช่วยบำรุงกระดุก เนื้อปลาจึงนับเป็นเนื้อสัตว์ที่มีคุณภาพ (ทางโภชนาการ) อย่างแท้จริง

อาหารทะเล

กุ้ง หอย ปลาหมึก ก็เป็นแหล่งโปรตีน และโอเมกา 3 เช่นเดียวกับปลาทะเล แต่ก็ไม่ใช่อาหารที่เราควรทานเป็นประจำ เพราะอาหารเหล่านี้ถือเป็นสาเหตุสำคัญในการเพิ่มขึ้นของคอเลสเตอรอลในร่างกายอีกด้วย เพราะมีไขมันค่อนข้างสูง

เนื้อสัตว์แต่ละชนิด ต่างก็มีคุณค่าทางอาหารทั้งโปรตีนและไขมันที่แตกต่างกันออกไป เราสามารถเลือกทานได้ตามความต้องการของร่างกาย และที่สำคัญนอกจากเราจะทานโปรตีนทีมีคุณภาพจากเนื้อสัตว์แล้ว เราควรทานอาหารให้ครบทุกหมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของเรา

อ่านต่อเรื่องราวสาระดีๆได้ที่..http://mzi-ads.com

บุนเดสลีกา เยอรมัน วันที่ 19 มกราคม 2561 แฮร์ธ่า เบอร์ลิน VS โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ พบกันคืนนี้

‹ ฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน ›

แฮร์ธ่า เบอร์ลิน -VS- โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

สถิติการพบกันล่าสุดของ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน -VS- โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

 สถิติ 5 นัดล่าสุดของ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน : ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1

 สถิติ 5 นัดล่าสุดของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ : ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2

11 ตัวผู้เล่นที่คาดว่าลงสนาม

ตัวผู้เล่นเจ็บและแบน

ทรรศนะ: แฮร์ธ่า เบอร์ลิน แพ้จนได้ในนัดที่ผ่านมาโดนทีเด็ดในช่วงท้ายเกมของ สตุ๊ตการ์ต เข้าไปอดไม่มีแม้แต่แต้มเดียว ต้องไม่ทำให้กำลังใจเสียไป นัดนี้ก็มาเจอทีมแกร่งอย่าง ดอร์ทมุนด์ อีกต่างหากด้วย เชลเก้ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าเช่นเดิม เกมรุกนั้นมี กาลู , ลาซาโร่ และ ไวเซอร์ ส่วนคูกองกลางคือ ไมเออร์ และ สเกลเบรด เกมรับนั้นเป็นหน้าที่ของ ลุซเตนเบิร์ก และ สตาร์ค แบ็ค 2 ข้างเป็น แพลตเตนฮาร์ต และ เปคาริค สภาพทีมนั้นถือว่าสมบูรณ์อยู่พอสมควร ส่วนทีมเยือนถ้า โอบาเมยอง ไม่มีปัญหาส่วนตัวแล้วกลับมาสู่ทีมอีกครั้งก็น่าจะยังลงเล่นเป็นตัวจริงในนัดนี้ถ้าลงไม่ได้ พูลิซิช อาจจะลงเล่นแทน โดยมี ยาร์โมเลนโก้ และ ซานโช่ คอยช่วยเรื่องเกมรุก กองกลาง คากาวะ , เกิทเซ่ และ ไวเกิล ลงคุมตรงกลาง ส่วนเกมรับถ้า โทลยาน พร้อมคงได้ลงในตำแหน่งแบ็คซ้าย ทางขวา พลิชเช็ค รับหน้าที่ไป ส่วนตรงกลางนั้น โซคราติส จับคู่กับ โทปรัค ฟอร์มของทีมเยือนนั้นเริ่มเข้าที่เข้าทางหลังจากเปลี่ยนโค้ชมาใหม่ นัดนี้น่าจะทำให้ได้อย่างน้อยสัก 1 แต้ม แต่เจ้าบ้านนั้นคงเน้นรัดกุมมากแล้วไม่เสี่ยงเปิดเกมแลกเจ้าบ้านแน่ๆ น่าจะเสมอกันไป ทีมเยือนอาจจะมีโอกาสชนะมากกว่าแต่ไม่น่าจะทำได้

ที่มาข้อมูล วิเคราะห์บอล

พูดเเล้วเศร้าจากไปซะเเล้ว อเล็กซิส และ ธีโอ วัลคอตต์ ย้ายหนีปืน

ชาวอังกฤษย้ายจากอาร์เซนอลไปเล่นให้ทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงินด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์เรียบร้อยแล้ว เอฟเวอร์ตัน ประกาศคว้า ธีโอ วัลคอตต์ จากอาร์เซนอล ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ ตามคำยืนยันอย่างเป็นทางการจากเว็บไซต์สโมสร แนวรุกวัย 28 ปีตัดสินใจเซ็นสัญญา 3 ปีกับทีมท็อฟฟีสีน้ำเงิน และกลายเป็นการเสริมทัพรายที่ 2 ของแซม อัลลาร์ไดซ์ ในเดือนมกราคม หลังจากที่เพิ่งคว้าเซงค์ โตซุน มาจากเบซิคตัสได้สำเร็จ กองหน้าดีกรีทีมชาติอังกฤษจำนวน 47 นัด กลายเป็นส่วนเกินในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดียม และได้รับโอกาสลงสนามน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดในฤดูกาลนี้ ทำให้เขาต้องหาทางย้ายทีมเพื่อเพิ่มโอกาสติดทีมชาติฟุตบอลไปเล่นในเวิลด์คัพที่รัสเซียในช่วงหน้าร้อนนี้ ก่อนจะลงเอยกับทีมเอฟเวอร์ตันในที่สุด

อเล็กซิส ซานเชซ ดาวยิงตัวเก่งของ อาร์เซนอล เปิดใจผ่านสื่อบ้านเกิดว่าได้แจ้งให้กับทาง “ปืนใหญ่” ได้รับทราบถึงความต้องการย้ายออกจากถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เพื่อเดินทางไปค้าแข้งกับสโมสรที่ได้ลงเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้าเป็นที่เรียบร้อย โดยปีกกึ่งศูนย์หน้าชาว ชิลี วัย 28 ปี ให้สัมภาษณ์กับ Radio Sport Chile ว่า ผมต้องการลงเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก. วแต่การตัดสินใจทั้งหมดมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับผมเพียงแค่คนเดียว ผมเหลือสัญญากับทีมจนจบฤดูกาลหน้า, ผมต้องรอคำตอบจาก อาร์เซนอล, การได้เล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และคว้าแชมป์มาครองคือความฝันของผมตั้งแต่ยังเป็นเด็ก

ฤดูกาลที่ผ่านมา อาร์เซนอล จบอันดับ 5 ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทำให้ต้องลงไปเล่นในศึก ยูโรป้า ลีก ในซีซั่นหน้า และหลังจากที่มีการประกาศพร้อมย้ายทีมของ อเล็กซิส ออกมาทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และบาเยิร์น มิวนิค เป็นสองทีมเต็งที่มีโอกาสจะได้ตัวดาวยิงชาว ชิลีรายนี้ไปครองมากที่สุด

ดูบอลผ่านเว็บ วิเคราะห์บอล ทายผลบอล ทรรศนะคติฟุตบอล