เลือกใช้ซิลิโคนเสริมจมูกแบบใหนดี

อยากเสริมจมูกควรเลือกใช้ ซิลิโคนเหลา หรือ ซิลิโคนสำเร็จรูปดี? มีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร?

เลือกใช้ซิลิโคนเสริมจมูกแบบใหนดี

จมูกเปรียบเสมือนหน้าต่างของใบหน้าที่ย่อมส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของหน้าตา การเสริมจมูก ทำให้หน้าดูเรียวสวย ง่ายต่อการแต่งหน้า และยังเป็นการเสริมสร้างบุคลิกที่ดีเพิ่มความมั่นใจให้กับสาวๆทั้งหลาย มาดูกันว่าขั้นตอนการเสริมจมูกมีอะไรบ้าง

 

ขั้นตอนที่ 1

การปรึกษาและบอกวัตถุประสงค์ความต้องการในการศัลยกรรมจมูกแก่ศัลยกรรม แพทย์ ว่าต้องการจมูกแบบไหน เมื่อแพทย์ทำการประเมินจากผล x-ray เพื่อดูรายละเอียดของจมูก ถ้าเห็นว่าจมูกไม่มีอะไรผิดปกติก็สามารถทำได้ แต่ถ้าหากจมูกผิดปกติแพทย์เห็นว่าไม่สามารถทำได้ หรืออาจจะก่อให้เกิดอันตราย แพทย์ก็จะให้คำแนะนำและชี้แจงเหตุและผล

 

การเลือกใช้วัสดุที่มากกว่าการใช้แค่ซิลิโคนเหลาหรือสำเร็จรูป

ศัลยแพทย์จะเลือกซิลิโคนเป็นวัสดุในการเสริมสันจมูกให้สูงขึ้นเท่านั้น ในบางรายที่ผ่านการแก้ไขจมูกมาหลายครั้งจนเนื้อบาง อาจจำเป็นต้องใช้วัสดุที่เรียกว่ากอร์เท็กซ์ แทนการใช้ซิลิโคนแทน  ส่วนปลายจมูก ศัลยแพทย์เกาหลีจะนิยมใช้ กระดูกอ่อนในโพรงจมูก ตัวเองในการตกแต่งปลายจมูก ด้วยเทคนิคที่เรียกว่า โอเพ่น (Open Rhinoplasty) ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่ต้องใช้ทักษะการแพทย์ขั้นสูงและมีประสบการณ์

การผ่าตัด เสริมจมูกแบบเทคนิคโอเพ่นนี้ จะมีความพิเศษกว่าการผ่าตัดด้วยเทคนิคทั่วไป  นั่นคือ ลดความเสี่ยงปลายจมูกทะลุ , แต่งปลายจมูกหยดน้ำ หรือทรงบาร์บี้ไลน์ได้ตามต้องการ และยังมีการยกกระดูกอ่อนปีกจมูก เพื่อลดขนาดปีกจมูก ทำให้จมูกดูเรียวขึ้นอีกด้วย

การผ่าตัดใช้เวลา 40-60 นาที โดยการวางยาสลบ จำเป็นต้องตรวจร่างกาย เอ็กซเรย์อย่างละเอียดและอดน้ำอาหาร ก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 6-8 ชม. เพื่อความปลอยภัยของคนไข้

ขั้นตอนการผ่าตัด

เมื่อเข้าไปในห้องผ่าตัด สิ่งแรกที่แพทย์ทำคือการทำความสะอาดบริเวณใบหน้าและโพรงจมูก เพื่อป้องกันการติดเชื้อ หลังจากนั้นแพทย์เริ่มฉีดยาสลบ (ในบางรายอาจต้องรมแก๊สยาสลบ รับรองว่าไม่ตื่นขึ้นมาระหว่างการผ่าตัดแน่นอน) ในการผ่าตัดแบบเทคนิคโอเพ่น นี้จะเปิดแผลบริเวณฐานจมูก ซึ่งต่างจากการผ่าตัดแบบปิดทั่วไปที่เปิดแผลบริเวณรูจมูกเพียงข้างเดียว

 

เลือกใช้ซิลิโคนเสริมจมูกแบบใหนดี

 

หลังการเสริมจมูกเทคนิคโอเพ่น ด้วยกระดูกอ่อนในโพรงจมูก สิ่งที่เราต้องรู้เพื่อเตรียมตัว นั่น คือ อาการที่อาจเกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัด จะมีการบวมมากกว่าการศัลยกรรมด้วยเทคนิคปิดทั่วไป

  1. จมูกดูเบี้ยว เนื่องจากการยุบบวมของสองข้างไม่เท่ากัน
  2. มีเลือดหรือน้ำมูกออกมาจากจมูก ในช่วงระยะสองถึงสามวันแรก

หลังจากการเสริมจมูกเสร็จแล้วนั้น ไม่ต้องตกใจกันนะคะว่าทำไมมันถึงบวม บางคนอาจจะไม่บวม เดี๋ยวอีกหน่อยจมูกเข้าที่ก็สวยคะ แต่ต้องใช้เวลาประมาน 3-6 เดือน ก็จะมีจมูกที่สวย เป็นอย่างไรบ้างคะสาวๆ การเสริมจมูกไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราคิดเลยคะ แต่ก่อนทำก็ควรหาข้อมูลให้รอบก่อนก่อนตัดสินใจนะคะ เพื่อผลลัพธ์ที่ออกมาสวยงามคะ

 

 

ซิลิโคนเหลา หรือ สำเร็จรูป แบบใหนดี

เสริมจมูกเลือกซิลิโคนแบบเหลาเองหรือสำเร็จรูปเลือกแบบไหนดีคะ”???
คำถามนี้ยอดฮิตเลยครับมาดูกันดีกว่า

 

สำเร็จรูปกับเหลาเองต่างกันยังงัย”???
สำเร็จรูปคือขึ้นรูปไว้หมดละ
ตอนทำก็ปรับเล็กน้อยแล้วใส่เข้าไปเลย
เหลาเองก็มาเป็นแท่งเหลี่ยมๆ
หมอต้องเหลาจนกลายเป็นทรงแล้วค่อยใส่เข้าไป

 

ข้อดีของซิลิโคนสำเร็จรูปคืออะไร”???
ใช้เวลาในการทำสั้นกว่าแบบเหลาเองเพราะเหลามาเกือบหมดละ

ถ้าโชคดีใบหน้าเข้าได้กับบล๊อคของซิลิโคนพอดีก็จะได้ขนาดที่มาตราฐานทรงเหมือนกันเป๊ะทุกคน

 

ข้อเสียของซิลิโคนสำเร็จรูปละ”???
ปรับทรงได้น้อยกว่าแบบเหลาเอง

ต้องเลือกให้เหมาะสมกับโครงหน้าและเนื้อตัวเอง

ถ้าเลือกแล้วไม่พอดีก็งานเข้าครับต้องปรับเยอะ

ซิลิโคนสำเร็จรูปมักปรับยากกว่าแบบเหลาเองเพราะส่วนที่ควรมีดันไม่มี ส่วนที่ไม่ควรมีดันมี
ทำให้โด่งมากกว่าที่สำเร็จรูปไม่ได้เพราะเพิ่มซิลิโคนเข้าไปไม่ได้

 

เลือกใช้ซิลิโคนเสริมจมูกแบบใหนดี

 

ข้อดีของซิลิโคนเหลาเองคืออะไร”???
ปรับทรงได้ทุกรูปแบบ ปรับให้เข้ากับรูปหน้าโครงกระดูกและเนื้อได้อิสระกว่า
ส่วนใหญ่แบบเหลาเองคุณภาพซิลิโคนจะดีกว่าสำเร็จ
เพราะเนื้อซิลิโคนแบบเหลาเองจะต้องมีความเนียนจึงจะสามารถเหลาปรับทรงได้ง่าย

 

ข้อเสียของซิลิโคนเหลาเองคืออะไร”???
ใช้เวลาทำนานกว่า

ต้องใช้ความชำนาญมากกว่าในการเหลา
ความเนียนของผิวซิลิโคนขึ้นกับความเนียนในการเหลาของหมอแต่ละท่าน
ถ้าหมอท่านไหนปราณีตงานก็ระดับโลก
ถ้าหมอไหนไม่ปราณีตก็ออกมาน่าเกลียดหน่อย

 

ซิลิโคนสำเร็จรูปมีทรงอะไรบ้าง”???
มีเป็น 100 ทรงเลยครับ แล้วแต่คลินิกจะตั้งชื่อ
บางทีทรงเดียวกันยังคนละชื่อเลยครับ
อยากได้ชื่ออะไรได้หมดแหละครับ
บาร์บี้ ไอดอล หยดน้ำ แมนติส ทริปเปิลบาร์บี้ ฯลฯ
อันนี้ความเห็นหมออย่าไปสนใจมันมาก
เป็นเรื่องการตลาดล้วนๆ
ยิ่งดูเยอะจะยิ่งทำให้เรางงซะเปล่า

สรุปถ้าจะเอาสำเร็จรูปจะต้องเลือกทรงที่เข้ากับกระดูกใบหน้าและเนื้อของเรา

 

เลือกใช้ซิลิโคนเสริมจมูกแบบใหนดี

 

ซิลิโคนเหลาเองมีทรงอะไรบ้าง”???
มีทุกทรงเลยครับเพราะเหลาได้หมดทุกทรงที่ต้องการ

 

แล้วหนูเหมาะกับทรงไหนคะหมอ”???
อันนี้หมอแนะนำใช้เทคนิค เอากระดาษนาบด้านข้างจมูก
แล้ววาดทรงที่อยากได้ลงไป เสร็จแล้วก็ตัดกระดาษที่วาดจะได้ทรงซิลิโคนที่อยากได้พอดีเป๊ะเลยครับ
แล้วเอาไปเทียบดูครับกับทรงสำเร็จรูปว่าตรงงกับทรงไหน
หรือเอาไปให้หมอเหลาซิลิโคนแบบเหลาตามนี้เลยครับ

 

แล้วสำเร็จรูปแต่ละทรงราคาต่างกันไหมคะ”???
ถ้าเป็นซิลิโคนชนิดเดียวกันแต่ละทรงก็ราคาเหมือนกันครับ
เช่นซิลิโคนจากโรงงาน A จะทรงไหนก็ราคาเดียวกันหมด
โรงงาน A กับ โรงงาน B ราคาต่างกันได้ครับ
เพราะฉะนั้นราคาจะขึ้นกับชนิดของซิลิโคนไม่ได้ขึ้นกับทรง ซิลิโคนทรงเดียวกันราคาก็อาจต่างกันได้ถ้าซิลิโคนต่างชนิดกันครับ

 

สรุปเอาทรงไหนดี”???
ทังหมดที่พูดมาสรุปเสริมจมูกให้เอาทรงที่เหมาะกับหน้า โครงกระดูกและเนื้อของเราครับ
ถ้าไม่เหมาะคนอื่นใส่สวยเราก็ไม่สวยอยู่ดีครับ
ใช้กระดาษทาบดูคร่าวๆดีสุดครับถ้าอยากเลือกทรงเองจริงๆ

 

 

 

เรียบเรียงโดย: MCCONTENT

ที่มา: morjump.com

9 อันดับกีฬาอันตราย เสี่ยงตายที่สุดในโลก ควรใช้วิจารณญาณในการรับชม

ขึ้นชื่อว่ากีฬามันก็ต้องมีบ้างที่จะต้องมีบาดเจ็บเล็กๆน้อยๆ แต่ใครจะไปรู้ว่ามีกีฬาบางประเภทที่อันตรายถึงขั้นต้องเอาชีวิตเข้าแลก วันนี้ทางทีมงาน Topnine fun88 thailand จึงได้จัด 10 อันดับ กีฬาสุดอันตรายที่คุณ(เคย) คิดว่ามันเป็นแค่กีฬาจิ๊บๆ ที่ใครๆก็เล่นได้ หรืออาจจะเป็นกีฬาที่คุณไม่เคยรู้จักมาก่อน

อันดับ 9 แข่งม้า

fun88

แข่งม้าคนที่ไม่ได้รู้จักกีฬาแข่งม้าอย่างแท้จริงคงจะมองว่ามันไม่ได้อันตรายอะไร แค่ขึ้นไปนั่งบนหลังม้าและบังคับให้มันวิ่งไปตามทาง แต่ใครจะไปรู้ว่าจริงๆแล้วม้าขี้ตกใจมาก การควบคุมมันจึงเป็นเรื่องยาก หากเกิดเหตุผิดพลาด อย่างตกหลังม้าขึ้นมา อาจะทำให้พิการหรือหนักกว่านั้นเลย

อันดับ 8 สตรีท ลูจจ์กิ้ เอ็กซ์ตรีม

สตรีท ลูจจ์กิ้งกีฬาเอ็กซ์ตรีมสุดอันตรายนี้ ถ้าพูดแต่ชื่อคงไม่มีใครรู้จัก แต่ถ้าบอกว่ามันคือการที่เรานอนราบลงบนแผ่นสเกตบอร์ดขนาดใหญ่ และปล่อยให้มันไหลลงมาจากที่สูง ด้วยความเร็วที่เราบังคับไม่ได้ เบรกก็ไม่มี อุบัติเหตุของกีฬาชนิดนี้นี้จึงเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ และอาจจะทำให้ผู้เล่นพิการ หรือเสียชีวิตได้ ก็คงจะเคยเห็นกันผ่านหนังมาบ้าง

อันดับ 7 โต้คลื่น

โต้คลื่นกีฬาทางน้ำที่ดูเหมือนจะไม่ได้อันตรายขนาดนั้น แต่คุณรู้ไหมว่าหากนักโต้คลื่นต้องเจอกับคลื่นยักษ์ขึ้นมา แล้วโดนมันซัดเข้าไปเต็มๆล่ะก็ คุณอาจจะจมอยู่ใต้น้ำราวๆ 3 นาทีเลยทีเดียว!! ซึ่งนั่นจะทำให้คุณหมดอากาศหายใจไปก่อนจะขึ้นมาจากผิวน้ำ

อันดับ 6 แข่งมอเตอร์ไซค์

แข่งมอเตอร์ไซค์ขนาดไม่ต้องเป็นการแข่งขัน พาหนะที่เรียกว่ามอเตอร์ไซค์ก็สุดแสนจะอันตรายอยู่แล้ว เพราะถ้าชนขึ้นมามันไม่มีได้มีตัวรถมาคอยรับแรงชนไปก่อนเหมือนรถยนต์ แล้วถ้ายิ่งเป็นการแข่งด้วยแล้วความเร็วก็ไม่ต้องพูดถึง เมื่อชนขึ้นมา หรือเกิดเหตุขัดข้องขึ้นมาน้อยคนนักที่จะได้มีชีวิตอยู่

อันดับ 5 ปีนเขา

ปีนเขากีฬาที่ขึ้นชื่อว่ามีความสูงเข้ามาเกี่ยวข้องยังไงก็อันตราย อย่างการปีนเขาถ้าคุณก้าวเท้าพลาดเพียงก้าวเดียว ก็สุดแสนจะอันตรายแล้ว และถ้าคุณปีนขึ้นไปสูงๆ โอกาสรอดของคุณก็ยิ่งจะน้อยลง ทำให้กว่าเราจะปีนเขาได้ต้องผ่านการเรียนก่อนเพื่อป้องกันความปลอดภัย

อันดับ 4 ยิมนาสติก กีฬาผาดโผน

ยิมนาสติกหนึ่งกีฬาผาดโผนที่ไม่ใช่ว่าใครๆจะเล่นได้ มันต้องผ่านการฝึกมากเป็นอย่างดี เพราะหากเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมาอาจจะถึงแก่ชีวิตได้ ก็บางทีแค่ดูเรายังหวาดเสียวแทนนักกีฬาแล้ว กลัวจะว่าตกลงมาคอหักบ้าง ขาฉีกบ้าง ทำให้มีนักกีฬาไม่น้อยที่พลาดจนต้องเลิกอาชีพนี้ไปเลย

อันดับ 3 เชียร์ลีดเดอร์

เชียร์ลีดเดอร์หลายๆคนคงมองว่านี่เป็นการเต้นชนิดหนึ่งที่เหมือนกับแดนซ์เซอร์ทั่วไป แต่ ความน่ากลัวของมันอยู่ที่การโยน การกลับตัว การตีลังกา ท่ายากๆทั้งหลายเหล่านี้ทำเอาเชียร์ลีดเดอร์มากกว่า 20,000 คนบาดเจ็บหนักมาแล้ว ใครที่จะมาทำแบบนี้ได้ต้องได้รับการฝึกฝน และการเจ็บตัวแบบนี้มานานพอตัว

อันดับ 2 จัมพ์ปิ้ง

เบส จัมพ์ปิ้งกีฬาที่เคยได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย สำหรับคนที่ชอบอะไรหวาดเสียว เพราะกีฬาชนิดนี้นั้นคุณจะต้องกระโดดมาจากที่สูงๆ เช่น ภูเขา ดาดฟ้าตึก หอคอยสูงๆ และเมื่อใกล้จะถึงพื้นดินค่อยกระตุกร่มชูชีพออกมา ซึ่งจะทำให้คุณเข้าใจความรู้สึกของคนที่กำลังจะฆ่าตัวตาย!! บางประเทศถึงกับต้องแบนกีฬาชนิดนี้

อันดับ 1 ดำน้ำในถ้ำ

เคฟ ไดฟ์วิ่งแปลเป็นภาษาไทยได้ว่าการดำน้ำในถ้ำ (ลอดถ้ำ) นั่นเอง โดยต้นกำเนิดมาจากประเทศยูเครน ที่มันมาอยู่อันดับ 1 ได้เพราะเป็นกีฬาที่เราไม่สามารถช่วยตัวเองได้เมื่อเกิดอะไรฉุกเฉินขึ้นมา ด้วยความที่ถ้ำนั้นแคบมากๆ ถ้าเกิดอะไรก็ตายสถานเดียว ผู้ดำจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นถึงจะเล่นกีฬาชนิดนี้ได้

กีฬาที่เรานำมาเสนอทุกท่านเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นยังมีหลากหลายกีฬาที่มีความอันตราย สิ่งสำคัญที่สุดคือกีฬาทุกชนิดมีความอันตรายอยู่ทุกชนิด เล่นกีฬาด้วยระมัดระวังทุกกีฬาต้องได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ไม่งั้นคุณอาจเสี่ยงชีวิตของคุณโดยไม่คุ้มค่า

ทางแยกชีวิต

คู่เลขมงคล 16 61เลขมงคล แห่งการเก็บทรัพย์ มัธยัสถ์ อดออม ช่างเลือก

คู่เลขมงคล 16 61 เลขมงคล แห่งการเก็บทรัพย์

เลข 1 เป็นตัวแทนของดาวอาทิตย์ เบอร์สวยจึงให้ความหมายของพลังแห่งชีวิต  ความร้อยแรง ความคิดสร้างสรรค์ การเกิดใหม่ ความเป็นผู้นำ การออกสังคม ผู้ที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขนี้จะมีพลังในชีวิต มีความสุขอยู่เสมอ มักใจบุญ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น 

 

เลข 1 หรือ อาทิตย์ เป็นดวงดาวที่สำคัญที่สุด เนื่องจากดาวอาทิตย์เป็นดาวที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะจักรวาล มีมวลสาร ทำให้ควบคุมดวงชะตาของบุคคลได้อย่างรุนแรง  บุคคลดาวอาทิตย์มักจะชอบเด่นดัง ไม่เป็นรองใคร ชอบการมีชื่อเสียง มีเกียรติ หยิ่งในศักดิ์ศรี และชอบทำงานที่มีเกียรติ

 

เลข 6 หมายถึงดาวศุกร์ ซึ่งก็คือความรัก ความเสน่หา บุคคลดาวศุกร์มักจะหน้าตาดี สวยหรือหล่อ 

 

ทางแยกชีวิต

เมื่อเลข 1 คู่กับ เลข 6 

ทำให้ผู้ใช้เลขนี้กลายเป็นบุคคลที่มีพลังงานสูงในการผ่าฟันเพื่อที่จะไปถึงเป้าหมาย มักจะตั้งเป้าหมายเอาไว้สูง และไม่ยอมแพ้ง่ายๆ กัดไม่ปล่อยเลยทีเดียว  ถ้าเจ้าของเบอร์โทรที่มีเบอร์สวยหมายเลขนี้เป้นผู้หญิงมักจะมีความแข็งแกร่งเกินหญิง มีความเข็มเข็งเกิดหญิง จึงควรใส่เลขเสน่ห์อื่นๆเสริมเข้าไป เพื่อดูแลเอาใจใส่ความสวยความงามเสียบ้าง 

ส่วนในด้านการงานแล้ว ผู้ที่ใช้หมายเลขนี้มักจะประสบความสำเร็จดีมาก 

เลขนี้เป็นการรวมตัวกันระหว่าง ดาวอาทิตย์ และดาวศุกร์  ในทางโหราศาสตร์นั้นหมายถึงคู่สมพล

พลังงานตัวเลขจะไปส่งด้านการเงิน ความคิด นั่นคือ เป็นคนเจ้าระเบียบ ประหยัด

 

มองการณ์ไกล วิสัยทัศน์เยี่ยม เก็บเงินเก่ง วางแผนระยะยาว รอบคอบ ระมัดระวัง 

ไม่ไว้วางใจใครง่ายๆ พยายามมุ่งมั่นหารายได้ จึงกลายเป็นเลขดีเด่นด้านการเงินไปเลยจ๊ะ

 

มีคนช่วยเหลือด้านการงานที่ดี พร้อมกับวางแผนการงานพัฒนาชีวิตอย่างเป็นระบบ เป็นขั้นตอน ดำเนินไปอย่างช้าๆแต่มั่นคง!!

 

จัดว่าบุคคลที่ใช้หมายเลขนี้เป็นคนที่มีความมั่นคง เป็นนักวางแผนชั้นยอด มีนิสัยคิดคำนวณสิ่งต่างๆว่า คุ้มค่าหรือไม่ 

 

เลขนี้จะใชไ้ด้ดีมาก กับ อาชีพที่เกี่ยวข้องกับการวางระบบความคิด การวางแผนงาน งานบริหาร เจ้าของกิจการ นักลงทุน ฝ่ายจัดซื้อ งานบัญชี เอกสารสัญญา นักกฏหมาย นโยบาย การวางแผนงานใหญ่ระยะยาว

 

ทางแยกชีวิต

 

 

16 61 มัธยัสถ์อดออม ช่างเลือก

 เคยไหมที่เราไม่กล้าที่จะทำอะไรซักอย่างเพราะเรารู้สึกว่า “มันยังไม่ดีพอ” เคยไหมที่เรารู้สึกว่าเรา “แคร์คำติฉินนินทา” ของวงสังคมมากจนเกินไป เคยไหมที่เรารู้สึกว่า “ชีวิตของเรามันต้องดีที่สุด… ทั้งๆที่ในโลกนี้ไม่เคยมีอะไรสมบูรณ์”

          ตัวเลข 16/61 นั้นเป็นตัวเลขที่ทุกๆท่านเข้าใจกันว่ามันเป็นตัวเลขแห่งความรอบคอบ เป็นตัวเลขแห่งความประหยัด เอาเข้าจริงๆ… มันก็เป็นไปตามที่คุณเข้าใจแหละครับ เพียงแต่ว่ามันมีรายละเอียดที่น่าสนใจมากกว่านั้น ผมจะค่อยๆอธิบายไปดีกว่านะครับ

          แน่นอนว่าตัวเลข 16/61 นั้นก็ต้องมาจากตัวเลข 1 และตัวเลข 6 คู่กันอยู่แล้ว ความหมายของตัวเลข 1 ที่ทุกๆคนรู้จักกันดีก็จะเป็น “ศักดิ์ศรี ความแข็งแกร่ง การกระตุ้น ความเป็นผู้นำ” ความหมายหลักๆที่จะถูกใช้ก็จะเป็นคำว่า “ความเป็นผู้นำ” ส่วนตัวเลข 6 ก็จะมีความหมายว่า “การเงิน ความสมบูรณ์ ความรัก ความสวยงาม กิเลส”

          จุดที่เหมือนกันระหว่างตัวเลข 1 และตัวเลข 6 นั่นก็คือความต้องการ “การยอมรับจากสังคม” แต่ตัวเลข 1 นั้นจะต้องการการยอมรับในฐานะที่เป็นผู้นำ หรือผู้ที่มีความสามารถ ส่วนเบอร์สวยตัวเลข 6 นั้นต้องการ “การมีหน้ามีตาในสังคม” และด้วยสิ่งเหล่านี้นี่เองที่เป็นแรงผลักดันให้เขาต้องพยายามทำให้ตัวเองดูเป็นคนเพอร์เฟค ( Perfect )  หรือสมบูรณ์แบบ…

หากคนตัวเลข 16/61 ได้ไปทำงาน เขาจะเป็นคนที่มีความรอบคอบสูงมาก แต่ถ้าเข้าไปทำงานร่วมกับเขาจริงๆ จะเห็นได้ว่าเขาเป็นคนที่ลังเลและวิตกจริตต่างหากล่ะ คิดโน่นนี่นั่น วิเคราะห์ซ้ำไปซ้ำมา จนจะเรียกว่าย้ำคิดย้ำทำก็อาจจะไม่แปลกนัก แต่ก็เพราะแบบนี้ล่ะที่ทำให้งานของเขาออกมาเนี๊ยบ ไร้ที่ติ สำหรับปัญหาของคนที่บ้าความสมบูรณ์แบบที่มักจะเจอบ่อยๆคือ “การเปรียบเทียบ” เมื่อไรก็ตามที่มีโจทย์ให้เลือกของสองสิ่งที่มีจุดเด่นไม่เหมือนกันล่ะก็ เขาจะมานั่งคิดนับนิ้วทดเลขยิ่งกว่าสมการยากๆอีก… แล้วสุดท้ายเขาก็เลือกไม่ได้เช่นกัน

 

ความสำเร็จ

          สำหรับในเรื่องของความรัก เขาจะเป็นคนที่ดำเนินความรักอย่างค่อยเป็นค่อยไป แน่นอนว่าเขาเป็นคนต้องการความสมบูรณ์แบบนิ กว่าเขาจะเลือกคบกับใครได้ซักคน จำเป็นต้องเลือกแล้วเลือกอีก และเมื่อเขาเลือกได้แล้ว คำพูดที่ออกจากปากได้ยากที่สุดคือคำว่า “เราเป็นแฟนกันเถอะ” หรือ “เราแต่งงานกันเถอะ” เพราะเขาจะไม่เอ่ยออกมาพล่อยๆ คำพูดที่ออกมาจากปากเขานั้นจริงจังทุกประการ และเมื่อใดที่มันหลุดออกมาจากปาก แปลว่าตัวเขานั้นพร้อมแล้ว พร้อมที่จะจริงจังกับชีวิตคู่ของคนสองคน

          ระหว่างที่คบกัน นิสัยเสียอย่างหนึ่งที่จะเป็นต้องทนอยู่เป็นประจำคือ “จู้จี้จุกจิก” เรียกว่าเป็นข้อเสียสุดๆของตัวเลขตัวนี้เลยทีเดียว จะโน่นก็ไม่ดี จะนี่ก็ไม่ได้ เรื่องเล็กๆน้อยๆบางเรื่องก็ยังจะเอามาบ่นมาพูด น่ารำคาญอย่างที่สุด แถมหลายๆครั้งชอบบ่นเรื่องการใช้เงินสิ้นเปลืองอีก

          สำหรับเรื่องของการใช้เงิน แน่นอนว่าเขาจะเป็นคนที่ต้องใช้เงินอย่าง “คุ้มค่าที่สุด” ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน หรือจนกระทั่งเรื่องของการลงทุน เขาจำเป็นจะต้องหาข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบผลดีผลเสียในการซื้อครั้งนั้นๆให้ได้ก่อน จึงจะตัดสินใจซื้อออกไป เขาเป็นคนที่รู้จักคุณค่าของเงิน ดังนั้นเวลาที่เขาจะซื้ออะไร เขาต้องดูอีกครั้งด้วยว่ามันจำเป็นหรือไม่ ถ้าให้เขาไปซื้อของที่มีแค่คำว่า “ใหม่” อย่าหวังเลยว่าจะสูบเงินเขาออกจากกระเป๋าไปได้

สำหรับตัวเลข 16 นี้ เป็นตัวเลขที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการรากฐานชีวิตที่มั่นคง ไม่ผาดโหน ไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับเวลา ชีวิตจะดำเนินไปอย่างเรื่อยๆทุกๆวัน สะสม อดออม เก็บหอมรอมริบ เพื่อให้ได้มาทั้งการงานที่มั่นคง ชีวิตรักที่ยาวนาน เป็นตัวเลขที่ไม่แนะนำให้มีในเบอร์มากกว่า 2 คู่ด้วยกันครับ

 

 

เรียบเรียงโดย: MCCONTENT

ที่มา: horonumber.com

server-down

อะไรที่ทำให้่ เกิดปัญหา Web Server Hosting ล่ม ? ใช้ Web Server ตัว Top ไม่ได้แปลว่า Web จะไม่ล่มนะ

สาเหตุที่ทำให้่ Web Hosting/Server ของคุณล่ม

Server Down, Web Hosting Problem
โลกแตกทันทีเมื่อ Web Site ของบริษัทคุณล่ม, ลองคิดถึงสถาณการณ์เหล่านี้ดู

    1.คุณต้อง Present บริษัท โดย ต้องเปิดเว็บไซต์บริษัทคุณ เพื่อนำเสนองาน แต่ เว็บล่ม
    2.เว็บไซต์ เป็น สื่อหลัก สื่อหนึ่ง ของบริษัทคุณ เพื่อใช้ในการโปรโมทให้ลูกค้า แต่ เว็บล่ม
    3.จ่ายค่าโฆษณาเว็บเป็นแสน แต่เอาเข้าจริง คนที่เข้ามาดู ดูไม่ได้ เพราะเว็บล่ม
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เลือกตลก แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง แล้ว ทำให้ธุรกิจของคุณเสียหาย เป็น วงกว้าง คุณควรใส่ใจในการเลือกผู้ให้บริการ Web Hosting ของคุณก่อนดีมั้ย

 

server-down

 

ปัญหาสุดแสนจะคลาสสิก คือ ไฟดับ, โดยปกติแล้ว Web Hosting ที่มีมาตรฐานจะต้องถูกตั้งไว้ในห้อง Datacenter ซึ่งจะมีอุปกรณ์สำรองไฟที่พอจะเลี้ยงตัว Server ได้ประมาณ 30 นาที – 1 วัน ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเครื่องสำรองไฟ, แต่หาก Web Hosting ของคุณไม่ได้มีระบบสำรองไฟ ก็ไม่ต่างอะไร กับ การที่คุณอยู่บ้าน แล้ว เปิดพัดลม ไม่ได้เพราะไฟดับ กว่าจะ เปิดได้ ก็แล้วแต่ดวง ว่าเค้าซ่อมเสร็จเมื่อไหร่ แล้ว คุณจะปล่อยให้เว็บไซต์บริษัท เป็นไปตามดวงหรอ

ปัญหาไฟดับ ทำให้ เว็บไซต์ของบริษัท คุณล่มได้

คอมพิวเตอร์ใช้งานที่บ้านยังต้อง Restart เครื่อง แล้ว Server มันก็ต้อง Restart เหมือนกัน ซึ่งช่วงระยะเวลา Restart เครื่อง Server ก็ทำให้เว็บล่มได้ ประมาณ 5-10 นาที

รถยังต้องมีเอาไปเช็คระยะ แล้ว Server มันก็ต้องมีการปิดปรับปรุง (Maintenance) เพื่อปรับค่าแก้ไขให้มันทำงานได้ดี แต่ถ้า อยู่ดีๆ ปิด Server ไปเป็นชั่วโมง เพื่อ ทำการ Maintenance แล้วผู้ใช้งาน Web Hosting ไม่รู้เรื่อง ก็เรื่องใหญ่นะ ดังนั้นผู้ให้บริการ Web Hosting ต้องมีการแจ้งลูกค้า และ กำหนดวันเวลาที่จะทำการ Maintenance อย่างชัดเจน

คอมบ้านๆ อย่างเรายังมีไวรัส แล้ว Web Server จะเหลือหรอ, มีหลายๆคนคิดว่า Web Server คือ ระบบที่อยู่อย่างอมตะ ไม่มีไวรัส, แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความเสี่ยงมันก็เท่าๆ กับคอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันอยู่นี่แหละ ถ้าผู้ให้บริการ ป้องกันได้ไม่ดี อาจจะทำให้ล่มไม่พอ ข้อมูลสูญหายไปเลยทีเดียว

ยามยังมีเผลอหลับ แล้ว วิศวกรก็เป็นคน มันก็ต้องมีเผลอ ง่วง กดผิดกดถูกกันบ้างหากไม่ระวัง ซึ่งอาจจะทำให้ระบบเกิดความเสียหายได้ และ เว็บไซต์ล่มได้่ ดังนั้น ต้องเลือกผู้ให้บริการ Web Hosting ที่มีมาตรฐาน

การวิเคราะห์ ประเภทของปัญหา และ อัตราการ Downtime (ล่ม)

 

ใช้ Web Server ตัว Top ไม่ได้แปลว่า Web จะไม่ล่มนะ

กลับมาอีกครั้ง หลังจากไม่ได้เขียนบทความมานานมาก (จริงๆ คือดองไว้ เขียนไม่จบซักเรื่อง 😐) รอบนี้จะเขียนเรื่องใกล้ตัวบ้างนะครับ เชื่อว่าหลายๆคนที่หลงเข้ามาอ่าน น่าจะรู้จักกับคำว่า “เว็บล่ม” แน่ๆ ก่อนที่จะไปไกลกว่านี้ ขออณุญาตแจกแจงก่อนว่า องค์ประกอบของเว็บนั้นมีอะไรบ้าง
server-down

สิ่งที่เรียกว่าเว็บ

Hardware Server
Software Server (Apache, Nginx, MySQL)
Data
Network
User
นี่คือส่วนประกอบหลักๆ นะครับ ในบทความนี้จะพยายามเล่าให้เห็นภาพว่า แต่ละส่วนมีความสำคัญในตัวเองอย่างไร ทำงานร่วมกับส่วนอื่นๆอย่างไร และแนวทางการทำเว็บให้ไว จะทำอะไรได้บ้างครับ

 

Hardware Server

server-down

อันนี้ค่อนข้างตรงตัวครับ มันก็เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนึงนี่แหละ ที่อาจจะมีส่วนประกอบอะไรบางอย่าง ที่มีคุณสมบัติพิเศษกว่าอุปกรณ์ทั่วไป เช่น Hot Swap (เปลี่ยนอุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องปิดเครื่อง) เป็นต้น

แต่… มีใครไปซื้อเครื่องเซิร์ฟเวอร์มาแล้วทำเองบ้าง ถ้าไม่นับกลุ่มคนที่ทำงานเฉพาะทาง หรือกลุ่มที่ทำ Hosting ก็น่าจะนับคนได้สบายๆ เพราะยุกที่ผ่านมา เราก็ใช้บริการเว็บ Hosting กัน หรือถ้าปัจจุบันหน่อยก็ใช้ Cloud กันแล้ว ไม่ว่าจะเป็น AWS, Azure, Digital Oceans และอีกมากมาย

ฉะนั้นคำถามที่จะเกิดขึ้นในหัวของทุกคน น่าจะเป็น

แล้วจะต้องใช้เครื่องขนาดไหน หรือใช้ Cloud ขนาดไหน ถึงจะเหมาะ?
ตอนนี้ยังไม่มีคำตอบตายตัวครับ เพราะมันขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นอีกมาก

 

Software Server

สำหรับ Software Server นั้น แทบจะนับได้ว่าเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดเลย (ในความคิดผมนะ) เพราะหากเราทั้งค่าได้อย่างถูกต้อง และใช้งานได้เหมาะสมกับงานที่เราอยากจะทำ Software Server จะสามารถทำงานได้ดี แม้ว่าจะทำงานบน Hardware ที่มีสมรรถนะที่ไม่สูงมาก

ในกรณีของเว็บ ผมขอแบ่ง Software Server ให้แยกย่อยได้อีก คือ Web Server และ Database Server

 

Web Server

ถ้าพูดถึงภาษาที่ใช้ในการพัฒนาเว็บ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก คงหนีไม่พ้น PHP แน่ๆ และนี่จึงทำให้ httpd ของ Apache ดังระเบิดสุดๆ (ไม่ว่าจะ Appserv, WAMP, XAMP ก็ใช้ httpd นี่แหละ) แต่เมื่อไม่นานมานี้ ก็ได้มีคนกลุ่มหนึ่ง บอกว่า httpd มันยังดีไม่พอ อยากได้อะไรที่ดีกว่านี้ พวกเขาจึงได้สร้าง nginx (อ่านว่า engine x) ออกมา โดยเครมว่าไวกว่า httpd แน่ๆ ในหลายกรณี

server-down

Database Server

ถ้าพูดถึงเรื่องฐานข้อมูล คงไม่มีคนที่ไม่รู้จัก MySQL แน่ๆ จะด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ (นอกจากฟรี) MySQL น่าจะเป็นฐานข้อมูล ที่ดังมากๆ น่าจะดังที่สุดในโลกด้วยซ้ำไป

MySQL นั้นจัดอยู่ในกลุ่ม Schema นั่นคือข้อมูลจะต้องมีโครงสร้างแน่นอน เช่นถ้าบอกว่าจะเก็บข้อมูลเป็นตัวเลข ก็จะเก็บได้แต่ตัวเลข จะเอาตัวหนังสือไปใส่ไม่ได้ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่ง คือ Non-schema หรือที่ชอบเรียกกันว่า No-SQL กลุ่มนี้ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาที่กลุ่ม Schema แก้ได้ยาก หรือแก้ไม่ได้

 

Data

สำหรับองค์ประกอบนี้ ก็สำคัญไม่แพ้กัน กับ Software server เลยครับ ในกลุ่มนี้ ผมจะขอเหมารวม ทั้งพวก ภาษาที่ใช้พัฒนา (Programing Language), โครงสร้างข้อมูล (Data Structure), ข้อมูลในฐานข้อมูล (Data) และเนื้อหา (Content) นะครับ

 

ภาษาที่ใช้พัฒนา (Programing Language)

การเลือกภาษาที่ใช้พัฒนาจะค่อนข้างผูกติดกับ Software Server มากๆ เช่น ถ้าเลือก PHP ก็ต้องใช้ httpd หรือ nginx เท่านั้น (จะใช้ IIS ก็ได้นะ แต่ไม่เคยเห็นใครใช้จริงๆ) หรือถ้าเลือก Java script ก็ต้อง node เท่านั้น เป็นต้น

 

โครงสร้างข้อมูล (Data Structure)

โครงสร้างข้อมูลผมจะหมายถึงข้อมูลที่เป็น Static เช่นรูปภาพ, ไฟล์วีดีโอ ข้อมูลพวกนี้มีพฤติกรรมการเรียกใช้ที่แตกต่างกันมาก ฉะนั้นจะไม่คิดถึงเรื่องพวกนี้ไม่ได้นะครับ

 

ข้อมูลในฐานข้อมูล (Data)

ตรงนี้แหละ ที่เหล่า Developer มักจะปวดหัวหนัก เพราะมีหลายเรื่องให้ต้องกังวลมากทั้งตั้งแต่การเริ่มพัฒนา ว่าจะใช้อะไรดี นอกจากนี้ ก็ยังเป็นส่วนที่ปรับเปลี่ยนได้ยากมาก หากงาน/ระบบ ทำงานไปจริงๆแล้ว

 

เนื้อหา (Content)

ตัวเนื้อหานี่ก็ไม่สามารถมองข้ามได้นะครับ เพราะเราต้องรู้ด้วยว่าสุดท้ายแล้วเราต้องการอะไร เช่น ถ้าเราต้องการเว็บแสดงข้อมูลสินค้า ที่ประกอบไปด้วย ภาพสินค้า รายละเอียดของสินค้า และราคา เราต้องมองให้ออกว่าผลลัพท์จะออกมาแบบไหน แล้วคิดย้อนกลับว่า ถ้าอยากได้ปลายทางแบบนั้น เราต้องออกแบบข้อมูลอย่างไร ออกแบบโครงสร้างข้อมูลอย่างไร และใช้ภาษาอะไร เพื่อให้ได้ผลลัพท์ตามที่เราต้องการ

 

Network

องค์ประกอบนี้ ผมจะหมายถึงระบบเครือข่าย Internet หรือ Intranet นั่นคือ ต่อให้เรามี Server มี Data แต่ถ้าเราไม่มี Network แล้วใครจะเข้ามาถึงงานเราได้? หรือหากว่า Network ที่เราใช้มันช้า ก็คงจะไม่มีใครอยากใช้งานเรา จริงมั้ย?

server-down

User

มาถึงองค์ประกอบสุดท้ายครับผู้ใช้ของเราครับ องค์ประกอบนี้ส่งผลกับองค์ประกอบก่อนหน้านี้มากครับ เช่น ถ้าผู้ใช้เรามีจำนวน 100 แต่ Server เรามีสมรรถนะระดับเดียวกับ Google อันนี้ก็ดู Server จะเกินตัวไป หรืออีกกรณีคือ เรามีผู้ใช้จำนวนเท่าๆกับ Hi5 (เกิดทันเนอะ) แต่ Server เรามีสมรรถนะระดับเดียวกับโรงเรียนอนุบาลหมีน้อย … (นึกภาพออกนะ)

แต่ถ้าหากเราคำนึงถึงเรื่อง Notwork ด้วย เช่น กลุ่ม User ของเราอยู่ประเทศแถวๆนี้ แต่เรามี Server ที่ดีมากๆ อยู่ที่อเมริกา จะดีกว่ามั้ย ถ้า Server เราอยู่ที่ ประเทศใกล้ อย่างสิงคโปร์

server-down
เกรินมายาวมากแล้ว มาเข้าเรื่องกันดีกว่า

เว็บล่ม
เว็บล่มนั่นแบ่งได้หลายแบบนะครับ ถ้ายึดตามองค์ประกอบที่กล่าวมา ก็เกิดได้ทุกจุดครับ

User พิมชื่อเว็บผิด 😩
Network ไม่ดี 😅
Data ผิด …
Software Server ทำงานผิดปกติ “Connection failed: …”
Hardware Server ทำงานผิดปกติ “HTTP 404 Not Found Error”
อยากให้เว็บไว ไม่ล่ม ทำได้มั้ย?
ได้ครับ ไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่ายนะ

จะขอแบ่งคำตอบออกเป็น 2 ส่วนนะครับ

อยากให้เว็บไว ไม่ล่ม “ไม่ยาก”
ทำตามกระบวนการปกติไปสิครับ

หา User ให้เจอ (องค์ประกอบ User)
ทำของให้ถูกใจและเหมาะกับ User (องค์ประกอบ Hardware Server, Software Server , Data และ Network)

 

อยากให้เว็บไว ไม่ล่ม “ไม่ง่าย”
“ใช้ของให้เป็นครับ”
ของที่ว่านั้นคือของที่ขึ้นอยู่กับเราครับ ได้แก่ Hardware Server, Software Server , Data และ Network ทั้ง 4 อย่างนี้ เรากำหนดเองได้

  • Network ก็ใช้พวก CDN เข้ามาช่วยได้ครับ ใช้ดีๆ ชีวิตสบายครับ (ตัวอย่างการทำ ลองดูได้ที่ รู้จักกับ Cloudflare พร้อมวิธีติดตั้ง HTTPS ให้กับเว็บแบบฟรี ๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย)
  • Data เรื่องนี้ก็ตามประสบการณ์ของนักพัฒนาครับ Optimize กันให้สุดครับ (ตัวอย่างการทำ ลองดูได้ที่ ระบบ Auto Complete ที่อยู่ไทย อย่างที่มันควรเป็น) หรือจะเป็นเรื่องการเปลี่ยนมุมมองการทำงานจากการพึ่งพา Server ไปเป็น พึ่งพา Client แทน เช่น จากเดิมที่ต้อง Render หน้าเว็บที่ Server ก็แบ่งงานบางอย่างไปให้ Client ทำบ้าง โดยใช้ Java script ช่วย
  • Software Server อันนี้นอกจากจะต้องเลือกแล้ว ยังต้องปรับแต่งและดูแลรักษาเป็นด้วยนะครับ
  • Hardware Server ตามงบที่มีครับ จะทำเอง จะเช่า Hosting หรือจะใช้ Cloud แบบไหนก็ได้ครับ เอาที่สอดคล้องกับ Network, Data และ Software Server ครับเอาจริงๆ มันก็ไม่มีวิธีที่ตายตัวครับ ที่จะทำให้เว็บไว ไม่ล่ม จะต้องปรับใช้กันตามสภาพความสามารถ และกำลังเงินกันไปครับ

แต่ถึงจะบอกว่า ไม่มีวิธีที่ตายตัว แต่แนวทางมันก็ค่อนข้างชัดว่า ถ้าอยากให้เว็บเราเข้าใกล้คำว่า “เว็บไว ไม่ล่ม” สามารถทำได้จริงครับ

และที่สำคัญอย่าลืมทำ PageSpeed Insights นะครับ คำแนะนำที่ได้ สามารถใช้ได้จริงนะ

 

 

เรียบเรียงโดย: MCCONTENT

ที่มา: www.ssdhosting.in.th

colocation

ว่าด้วยเรื่อง Web Hosting บริการ VPS Co-Location คืออะไร?

Co-Location คืออะไร ?

บริการโคโลเคชั่น (Co-Location) hosting เป็นอีกหนึ่งบริการรับ ฝากวางเครื่องเซิร์ฟเวอร์ โดยส่วนมากจะเป็นการวางเซิร์ฟเวอร์ อยู่ในพื้นที่ของบริษัทผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP – Internet Service Provider) ซึ่งเขาจะมีห้องที่เรียกว่าดาต้าเซ็นเตอร์ (DC – Data Center) ที่ให้คุณเอา เครื่องเซิร์ฟเวอร์ ของคุณที่ซื้อมาเอง เข้าไปวางใส่ในตู้แร็ค (Rack) ที่มีอยู่มากมายภายในห้อง

ซึ่งในห้องของดาต้าเซ็นเตอร์ นี้ก็จะมี ระบบดับเพลิง ระบบปรับอากาศ ระบบควบคุมความชื้น ระบบสำรองไฟ เพื่อรักษาอุณหภูมิ ความชื้น และ จ่ายไฟนิ่ง ให้กับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ที่วางอยู่ในห้องได้สามารถทำงานได้อย่างปกติ และ มีสเถียรภาพมากที่สุด นั่นเอง เพราะห้องนี้จะเป็นห้องที่ไม่มีวันปิด จะต้องเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ไม้เว้นวันหยุดใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นระบบทั้งหลายที่กล่าวมานี้ต้องเป็นของดี และ มีประสิทธิภาพจริงๆ

ด้านบนคือเรื่องความปลอดภัยของระบบ แผนการเตรียมการหากมีเหตุฉุกเฉิน ในส่วนของความปลอดภัยทางกายภาพ (Physical Security) นั้นก็ปลอดภัยมากๆ ไม่แพ้กันเช่นกัน ซึ่งการที่ใครสักคนที่ไม่ใช่ลูกค้า หรือ ผู้มีอำนาจ (Authorized Person) การที่จะเดินดุ่ยๆ เข้าไปในห้องเซิร์ฟเวอร์ (Server Room) นี้ได้นั้นเป็นเรื่องที่ เป็นไปไม่ได้เลย การที่จะเข้าห้องเซิร์ฟเวอร์ ได้นั้นส่วนมากแล้ว บุคคลเหล่านั้นจะต้องมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  1. เป็นผู้มีอำนาจ หรือ ได้รับการอนุญาต ให้เข้าห้องได้
  2. ผู้ติดตาม ที่มาด้วยกันกับผู้มีอำนาจ
  3. ลูกค้าคนอื่นๆ ที่ไม่มีอำนาจ แต่ ได้รับการแจ้งยืนยันและยินยอม ให้บุคคลเหล่านั้น สามารถเข้าไปในห้องเซิร์ฟเวอร์ที่ตู้ได้

 

 

colocation

 

ภาพด้านบนเป็นตัวอย่างของห้องดาต้าเซ็นเตอร์ ของผู้ให้บริการอย่าง บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะสังเกตเห็นว่า มีตู้แร็ควางอยู่มากมาย บนพื้นก็เป็น พื้นยกสูง (Raise Floor) พร้อมรูระบายอากาศอยู่บนพื้น สาเหตเพราะ เขาจะปล่อยแอร์ จากใต้พื้นห้อง เพื่อให้มันระบายอากาศจากด้านล่าง (พื้นห้อง) วิ่งขึ้นสู่ด้านบน (เพดาน) เพื่อที่จะระบายอากาศเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ที่วางอยู่ในตู้แร็ค ภายในห้องไปในตัวด้วยเช่นกัน

ถึงตรงนี้หลายคนอาจจะถามว่า จะเอาเครื่องเซิร์ฟเวอร์เข้าไปวางได้อย่างไรละ (ไม่ได้หมายถึงเดินหิ้วเครื่องเข้าไปนะครับ) การเช่าพื้นที่Co-Location ของเครื่อง server กับดาต้าเซ็นเตอร์ เหล่านี้ สามารถทำได้อยู่ 2 วิธีหลักๆ ด้วยกันคือ

 

 

1. เช่าตู้เซิร์ฟเวอร์

คำว่า “ตู้เซิร์ฟเวอร์” หรือบางคนเรียกว่า “ตู้แร็ค – ตู้ Rack” นั้นขนาดของ ตู้แร็คขนาดมาตรฐานนั้น จะอยู่ที่ประมาณ 42u นั้นหมายความว่า ในทางทฤษฎีแล้ว ตู้แร็ค 1 ตู้ จะสามารถใส่เครื่องเซิร์ฟเวอร์ ที่มีขนาด 1u ได้สูงสุด 42 เครื่อง ด้วยกัน แต่ในทางปฏิบัติจริงๆ นั้นเป็นไปได้ยากมากๆ เพราะในตู้จะต้องเผื่อพื้นที่สำหรับลากสายไฟ ติดรางปลั๊ก ติดตั้งสวิตซ์เพื่อกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตจากภายนอก เข้ามาในตู้ และ กระจายสู่เครื่องต่างๆ ภายในตู้อีก หรือแม้กระทั่งเผื่อพื้นที่ให้ระบายอากาศของ เครื่องเซิร์ฟเวอร์ ที่วางอยู่ภายในตู้ด้วยเช่นกัน

 

colocation

 

ในตู้แร็คที่วางอยู่ในห้องนั้น ส่วนมากจะมีขนาดทั้งหมด 3 ขนาดหลักๆ ด้วยกันคือ

  1. ขนาด 1/4 แร็ค (1/4 Rack): ประมาณ 11u (ราคาประมาณ 11-20k ต่อเดือน)
  2. ขนาด 1/2 แร็ค (Half Rack): ประมาณ 21u (ราคาประมาณ 22-30k ต่อเดือน)
  3. ขนาด เต็มตู้ (Full Rack): ประมาณ 42u (ราคาประมาณ 35k-50k ต่อเดือน)

2. เช่าช่วงจากผู้เช่าตู้เซิร์ฟเวอร์

หากคุณมีเครื่อง hosting เซิร์ฟเวอร์ แค่ประมาณ 1-3 เครื่อง การที่เช่าตู้แร็คแบบทั้งตู้ (Full Rack) นั้น คงจะไม่คุ้มแน่ๆ อีกทางเลือกหนึ่งของคนที่มีเครื่องเซิร์ฟเวอร์น้อยคือ เราอาจจะไปเช่าบริการ ที่เรียกว่า ผู้ให้บริการแบบ เช่าช่วงโคโลเคชั่น อีกทีหนึ่งยกอย่างเช่น เว็บไซต์ไทยแวร์ดอทคอม (Thaiware.com) ของผมเช่าตู้แบบทั้งตู้ (Full Rack) มา 1 ตู้ เต็มๆ แต่ดันใช้พื้นที่วางเซิร์ฟเวอร์ไปเพียงแค่ 3/4 ของตู้ และยังไม่มีแผนที่จะขยายซื้อเซิร์ฟเวอร์ใหม่ในเร็ววันนี้ (ซึ่งจากที่กล่าวมาด้านบนคือ มันไม่มีบริการเช่าตู้ขนาด 3/4 แร็ค)

ซึ่งแบบที่กล่าวมาด้านบนนี้ จะเท่ากับว่าเขาก็จะเสียเงินค่าเช่าส่วนที่เหลือไปแบบเปล่าประโยชน์ดังนั้นเขาจึงเปิดพื้นที่ที่เหลืออีก 1/4 แร็ค นั้นมาให้ลูกค้ารายย่อย ที่มีเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ไม่มาก แค่ 1-3 เครื่องได้เช่าช่วงต่ออีกทีได้ แบบนี้ก็ต้องไปทำสัญญาและข้อตกลงกันเอง ถือว่าได้ผลประโยชน์กันทั้งผู้เช่าและผู้ให้บริการ วินวิน (Win-Win) กันทั้งสองฝ่าย

ข้อดี Co-Location 

  • ดูแลบริหารจัดการเอง ไม่ต้องมีใครมายุ่ง หมดห่วงเรื่องของความปลอดภัย จะดีหรือจะร้าย ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือการบริหารจัดการของตัวเราเอง
  • มีความเป็นส่วนตัว และ ปลอดภัยสูง ไม่ต้องมาระแวงว่า คนดูแลระบบ คนอื่นๆ ที่ไม่รู้จัก หรือ ไม่ใช่คนของเรา จะแอบมาขโมยข้อมูลส่วนตัวของเราหรือไม่
  • ใช้ทรัพยากรเครื่องคนเดียวจริงๆ เพราะเครื่องเซิร์ฟเวอร์ทั้งเครื่องเป็นของเรา ใช้คนเดียว ไม่ต้องไปแบ่งใช้กับใคร เหมือนการพักอาศัยอยู่บ้านเดี่ยว
  • ปรับแต่งสเปคเครื่องได้ตามใจชอบ อยากเพิ่มแรม อยากเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ให้เก็บข้อมูลได้มากขึ้น อยากเปลี่ยนซีพียู ให้ประมวลผลได้เร็วมากขึ้น ก็สามารถซื้อเข้าไปเปลี่ยนได้เลย (ถ้ามีงบประมาณที่พอ) และยังไม่ต้องขึ้นอยู่กับคนอื่น อีกด้วยว่าเขาจะทำให้เราได้หรือไม่

ข้อเสีย Co-Location 

  • เหนื่อยหน่อย เพราะต้องดูแลตั้งแต่การติดต่อซื้อเครื่องเซิร์ฟเวอร์เอง การติดตั้งซอฟต์แวร์ ระบบปฏิบัติการเอง ในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ พร้อมการต่อรองราคา หรือ หาผู้ให้บริการโคโลเคชั่น ดีๆ สักที่ ทั้งหมดต้องทำเอง หาเอง ติดต่อเอง ต่อรองเอง ฯลฯ
  • ราคาแพงที่สุด ถ้าเทียบกับบริการทั้ง 4 อย่างที่ได้กล่าวมาทั้งหมดในบทความนี้
  • ต้องมีความรู้ด้านเทคนิคสูงที่สุด เพราะต้องทำอะไรทุกอย่างเองหมดเลย
  • เวลาเครื่องเซิร์ฟเวอร์เสียมีปัญหา เช่นบูตไม่ติด ฮาร์ดดิสก์พัง อุปกรณ์จ่ายไฟพัง ผู้ดูแลอย่างเรา มีหน้าที่ ที่จะต้องเข้าไปที่ตู้แร็คเอง หากบ้านไกลจากผู้ให้บริการก็จะลำบากหน่อย โดยเจ้าหน้าที่จะไม่สามารถเข้าไปจัดการอะไรในเครื่องเราได้เลย (ส่วนใหญ่เป็นนโยบายของผู้ให้บริการโคโลเคชั่น จะเป็นแบบนี้ทุกราย)
  • การช่วยเหลือ ซัพพอร์ต จากผู้ให้บริการโคโลเคชั่น นั้นถือว่าน้อยมากๆ เขาจะแค่เตรียมสายแลน เข้ามารอเอาไว้ในตู้ ระบบจ่ายไฟต่างๆ เช่น ปลั๊กไฟ เข้ามาในตู้แร็ค และที่เหลือคือหน้าที่ของคุณทั้งหมด ตั้งแต่การติดรางเครื่องเซิร์ฟเวอร์ การติดอุปกรณ์กระจายสัญญาณเน็ตเวิร์ค อย่าง Switch ภายในตู้ การจัดวางเซิร์ฟเวอร์ภายในตู้ การจัดสายไฟภายในตู้ เรียกได้ว่าพื้นที่ในตู้ทั้งหมดที่คุณเช่า เป็นของคุณ คุณต้องบริหารจัดการเองทั้งหมด

 

 

เรียบเรียง: MCCONTENT
ที่มา: www.ssdhosting.in.th

webhosting

แนะนำการเลือกใช้ Web Hosting เพื่อให้เหมาะสมกับงานเว็บไซต์ (Website) ของคุณ

แนะนำในการเลือกใช้ Web Hosting

ทีมงานไทยครีเอทเองได้มีประสบการณ์และเว็บได้เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี่ Web Hosting ในเมืองไทย ตั้งแต่ยุคแพงของ Web Hosting ในเมืองไทยที่มีอยู่ไม่กี่เจ้า ราคาช่วงนั้นก็แพงกกว่าปัจจุบันหลายเท่ามาก ประเภท Domain + Host (100M) = 3,000/ปี และมีให้เลือกใช้งานไม่กี่สิบเจ้า (ปัจจุบันน่าจะหลักหลายร้อย) และก็ได้มีประสบการณ์การถูกผู้ให้บริการทิ้งความรับผิดชอบ ลอยแพ ทั้งโดเมนและข้อมูล และ ก็ยังมีให้เห็นอยู่ประปรายตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ในปัจจุบันทีมงานก็ยังคลุกคลีอยู่กับวงการ Web Server และ Hosting พอสมควร ฉะนั้นบทความนี้อยากจะขอเรียบเรียงประสบการณ์ในการเลือกใช้ Web Hosting ว่าเลือกอย่างไรให้เหมาะสมกับเว็บไซต์ และสามารถใช้ทรัพยากร Web Hosting ที่เราเช่าให้คุ้มค่า และป้องกันไม่ให้เลือกผู้ให้บริการที่ไร้ความรับผิดชอบ สามารถตอบสนอง ติดตามแก้ไขปัญหาเมื่อเว็บไซต์ล่มได้ตลอดเวลา

 

Web Hosting

ในการเลือก Web Hosting สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงก็คือ กลุ่มเป้าหมายของลูกค้า ถ้าอยู่ในเมืองไทย ให้เช่า Web Hosting ที่อยู่ในเมืองไทย แต่ถ้ากลุ่มลูกค้าต่างชาติให้เช่า Hosting ที่อยู่ Inter เท่านั้น เพราะจะมีผลด้านความเร็วของข้อมูล และมีผลต่อ SEO ในการค้นหาเว็บไซต์ด้วย

 

ด้านความน่าเชื่อถือ และ คุณภาพของ Server

  • ควรเลือกผู้ให้บริการที่เป็นในรูปแบบของบริษัทเท่านั้น เพราะการติดตามหาผู้รับผิดชอบจะง่ายกว่า
  • ดูจำนวนลูกค้าที่ใช้บริการ และ ตัวอย่างบริษัทที่ใช้บริการ มีชื่อเสียงบ้างหรือไม่
  • ใช้เครื่อง Server รุ่นอะไร ยี่ห้อ Spec อะไร หลีกหนี้ผู้ให้บริการที่เลือกใช้ PC หรือ Server ประกอบ
  • เปิดมานานแค่ไหน หรือไม่ มีผู้ใช้บ่นเรื่องบริการหรือไม่ ลองใช้การค้นหา ปัญหาผู้ร้องเรียนตามกระทู้ทั่ว ๆ ไป
  • ล่มบ่อยแค่ไหน สำหรับ Web Hosting ทั่ว ๆ ไปควรล่มไม่เกิน 1 ครั้งต่อ 1 เดือน และไม่ควรเกิน 1 ชม.
  • สถานที่ติดต่อได้สะดวก มีเบอร์โทรศัพท์พื้นฐาน และ แผนกที่รับผิดชอบแน่นอน
  • ความจริงใจต่อผู้ใช้บริการ ไม่เปิดขายหลายเว็บ เพื่อเน้นจำนวนลูกกค้า มากกว่าคุณภาพของบริการ
  • ถ้าให้ดีเลือกที่มี การันตี คืนเงิน 30 วัน เป็นต้น

คุณสมบัติ Disk/Bandwidth และ ราคา

  • เลือกใช้ Disk ที่เหมาะสมตามอัตราการใช้งาน
  • Bandwidth อันนี้สำคัญมาก อย่าเลือกผู้ให้บริการที่ใช้ Bandwidth Unlimited เด็ดขาด เพราะปัญหา Server โหลดและล่มจะตามมาไม่ช้าก็เร็ว
  • สอบถามจำนวนเว็บไซต์ต่อเครื่อง ซึ่งในทางปฏิบัติจำนวนเว็บไซต์ จะอยู่ที่ 50-60 เว็บ ต่อ 1 Server จะเหมาะสมที่สุด
  • ราคาที่เหมาะสมไม่ถูกจนเกินไป ราคาที่เหมาะสำหรับ Plan เล็กสุดคือ 1,000 บาท/ปี มีบวก-ลบ บ้างนิดหน่อย
  • เมื่อเว็บไซต์โตขึ้น มีจำนวนผู้ใช้หลัก 5 พัน/วัน ขึ้นไป ควรเปลี่ยนเป็น VPS หรือ Dedicated Server
  • สุดท้ายให้คิดเสมอว่า เมื่อราคาถูก ก็จะมีเว็บไซต์ใช้จำนวนมาก และนั่นก็คือ จะต้องมาแย่งทรัพยาการของ Server ใช้กันอย่างสนุกสนาน

 

 

windows server

คุณสมบัติรองรับการใช้งานภาษาอะไรบ้าง

  • ถ้าเว็บพัฒนาด้วย PHP กับ MySQL ควรเลือก Linux Hosting เนื่องจากราคาไม่แพงมาก
  • ถ้าพัฒนาด้วย ASP / ASP.Net และ อื่น ๆ ควรจะเลือกใช้ Windows Hosting เพราะจะรองรันโปรแกรมเหล่านี้ได้
  • ถ้ามีข้อสงสัยอื่น ๆ ให้สอบถามไปยังผู้ให้บริการ ก่อนการตัดสินใจสั่งซื้อบริการทุกอย่าง

databaes

คำแนะนำอื่น ๆ 

  • ถ้าต้องการความเสถียรสูงสุด ควรเลือกผู้ให้บริการที่การันตี Uptime และ รับประกันแก้ไขภายในกี่ ชม.
  • ทางเลือกในปัจจุบันเพื่อความเสถียร แนะนำให้ดูพวก Cloud Hosting หรือ Cloud Server
  • ผู้ให้บริการจะต้องให้ความมั่นใจในด้านความปลอดภัยของข้อมูล เช่น มีระบบ Backup ที่ดีหรือไม่
  • ผู้ให้บริการจะต้องมีทีม Support ที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตลอด 24 ชม.
  • ผู้ให้บริการจะต้องมีระบบการจัดการติดตามแก้ไขปัญหาที่ดี และ รับผิดชอบต่อทุกปัญหา

สรุป
การเลือก Web Hosting อย่าคำนึงถึงแต่ราคาว่าถูกจนเกินไป เพราะจากประสบการณ์แล้ว เว็บไซต์เหล่านี้ เมื่อขายราคาถูก และให้ Disk/Bandwidth ในปริมาณสูง ก็จะมีเกิดปัญหาตามมาบ่อยมาก เช่น Server โหลดและล่มรายวัน ซึ่งสาเหตุนี้เกิดจาก มีจำนวนเว็บต่อ Server และใช้งานสูงเกินกว่า Server จะทำงานได้

 

 

เรียบเรียงโดย: MCCONTENT

ที่มา: www.ssdhosting.in.th

ติดตั้ง WiFi Hotspot

จะติดตั้ง WiFi Hotspot สำหรับอพาร์ทเม้นท์หอพัก ต้องรู้อะไรบ้าง?

จะติดตั้ง WiFi Hotspot สำหรับหอพัก อพาร์ทเม้นท์

ในปัจจุบันสำหรับผู้ประกอบการหอพัก อพาร์ทเม้นท์หรือโรงแรม สิ่งสำคัญที่ต้องมีในหอพัก อพาร์ทเม้นท์ของตัวเองนอกจากการให้บริการที่พักที่ต้องมีไว้อย่างดีแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ “อินเตอร์เน็ต” เราปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันผู้คนส่วนมากเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตตลอดเวลา ไม่ว่าจะใช้สำหรับงานหรือความบันเทิง จึงเป็นความจำเป็นที่ผู้ประกอบการจะต้องมีอินเตอร์เน็ตไว้ให้สำหรับผู้เช่า ได้ใช้บริการ เพื่อเป็นทางเลือกในการแข่งขันและดึงดูดผู้เช่า

และการจะให้บริการอินเตอร์เน็ตให้ได้ครอลคลุมห้องพักนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่าต้องใช้ WiFi ในการให้บริการแทนการใช้สายแลนเดินไปตามห้อง เพื่อความสะดวกทั้งแก่ผู้ประกอบการและผู้เช่าเอง

แต่สำหรับผู้ประกอบการส่วนใหญ่ กลับไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะให้บริการอินเตอร์เน็ตผ่าน WiFi ให้กับผู้เช่าซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุทั้ง ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ไม่มีความรู้ ไม่รู้ว่าทำแล้วจะคุ้มค่าไหม ลงทุนสูงระยะเวลาคืนทุนนาน แต่ทั้งหลายทั้งปวงจะไม่ติดตั้ง WiFi ก็ไม่ได้ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะแข่งขันกับผู้ให้บริการรายอื่นไม่ได้

 

ติดตั้ง WiFi Hotspot

 

ดังนั้นหากจะติดตั้ง WiFi Hotspot สำหรับหอพักหรืออพาร์ทเม้นท์แล้วจะต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง

 

ข้อควรคำนึงถึงเมื่อจะติดตั้ง WiFi Hotspot

  • ระบบการจัดการสำหรับทำบิลลิ่งหรือคูปองให้กับลูกค้า
  • ระบบจัดเก็บข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ (พรบ.คอมพิวเตอร์ปี 50)
  • ค่าใช้จ่ายเรื่องการติดตั้งระบบ
  • ค่าใช้จ่ายรายเดือนที่จะเกิดขึ้นทั้งสำหรับอินเตอร์เน็ตและค่าบำรุงรักษาระบบ
  • สัญญาณที่ครอบคลุมทุกห้อง

จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่แล้วการเริ่มต้นระบบไม่ว่าจะระบบใดจำเป็นต้องมีการลงทุนในขั้นแรกทั้งสิ้นซึ่งค่าใช้จ่ายที่อาจเกิด

 

ค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดแบ่งเป็น

ค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นระบบ- ค่าอุปกรณ์ในการติดตั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็น Access Point, Switch, Router, Server ทั้งส่วนบริหารระบบและเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ และค่าเดินสาย

– ค่าซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการบริหารระบบ

– ค่าซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเก็บข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ค่าใช้จ่ายรายเดือน- ค่าอินเตอร์เน็ตรายเดือน

– ค่าไฟฟ้าค่าใช้จ่ายอื่นๆ- ค่าซ่อมบำรุงระบบและอุปกรณ์

อย่างไรก็ตามเมื่อติดตั้งระบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องมีปัญหาตามมาแน่นอนเพราะการติดตั้งระบบ WiFi Hotspot ไม่ใช่การซื้อทีวีมาตั้งก็เสร็จ แต่เกี่ยวข้องกับหลายส่วนเนื่องจากเราต้องเป็นผู้ให้บริการด้วย

 

ติดตั้ง WiFi Hotspot

ปัญหาส่วนใหญ่ของการติดตั้ง WiFi Hotspot

  • อินเตอร์เน็ตช้า เพราะอัตราการแชร์สูง อินเตอร์เน็ตที่ติดมีความเร็วไม่เหมาะสมกับจำนวนผู้เช่า
  • ผู้เช่าใช้ bittorrent ไปดึงเน็ตผู้เช่าอื่นให้ช้าลง เราห้ามผู้เช่าไม่ให้ใช้ bittorrent ไม่ได้แต่ก็ต้องกำหนดการใช้งานให้เหมาะสมไม่ไปกระทบกับผู้ใช้รายอื่นด้วย
  • เน็ตหลุด ไม่เสถียร ต่อติดยาก อาจเพราะสัญญาณ WiFi ที่ติดตั้งนั้นไม่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด
  • ใช้โปรเน็ตความเร็วต่ำกว่า ความต้องการใช้งาน

ซึ่งปัญหาข้างต้นนั้นต้องแก้ไขที่ตัวระบบที่ติดตั้งและความเชี่ยวชาญของผู้ติดตั้งระบบเอง

ทีนี้เมื่อเรารู้แล้วว่าต้องคำนึงถึงปัจจัยอะไรบ้างหากจะติดตั้ง WiFi Hotspot และปัญหาที่อาจตามมาแล้ว เรามาดูปัจจัยที่ทำไมผู้เช่าถึงต้องมาใช้บริการ WiFi Hotspot ของเรา ทั้งๆที่ตอนนี้ผู้ให้บริการมือถือทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น True, AIS หรือ DTAC ต่างก็มีโปรโมชั่นใช้งานแนบมากับมือถือในราคาที่ไม่แพงมากนักทั้งนั้น

 

 

ปัจจัยที่ผู้เช่าเลือกใช้บริการ WiFi Hotspot ของหอพัก อพาร์ทเม้นท์แทนการใช้เน็ตผ่านมือถือ

  • ต้องการใช้งานบริการที่กิน bandwidth สูงเช่น Youtube, bittorrent หรือดูหนังออนไลน์
  • Package อินเตอร์เน็ตที่มีอยู่มีความเร็วที่จำกัด
  • ค่าใช้จ่ายโดยรวมหากใช้เน็ตผ่านมือถือแล้วแพงกว่า
  • เมื่ออยู่ในห้องพักแล้วสัญญาณมือถืออ่อน หรือใช้งานได้ลำบาก

ดังนั้นแล้วผู้ประกอบการต้องจัดการ WiFi Hotspot ของตัวเองให้รองรับความต้องการเหล่านี้ให้ดีด้วยจึงจะสามารถแข่งขันกับผู้ ประกอบการรายอื่นได้

และหากบทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่าน หรือคนที่ผู้อ่านหวังดีก็อย่าลืมแชร์ให้เค้าได้อ่านด้วยนะครับ

 

 

 

เรียบเรียงโดย: MCCONTENT

ที่มา: befirstnetwork.com

 

การทอผ้า

ขั้นตอนการทอผ้าฝ้าย และวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการทอผ้า

การทอผ้าในอดีตนิยมกันมากในหมู่ของสตรีแม่บ้าน เพราะผ้าคือปัจจัย 4 ผ้าจึงมีความต้อการมากแต่ในปัจจุบันเริ่มเห็นน้อยลงมากเพราะมีเครื่องจักรที่ทำงานได้เร็วกว่า และเรามาเข้าใจขั้นตอนการทอผ้าฝ้ายกันเลย

 

ขั้นตอนที่ ๑ นำฝ้ายเป็นใจมาคลี่ออกใส่กงกว๊าง เพื่อนำไปพันใส่บ่าหลุกกวักฝ้าย แล้วนำมาขินหรือปั่นใส่กระป๋องหรือหลอดไม้ขนาดใหญ่ การปั่นฝ้ายใส่กระป๋อง ถ้าต้องการเส้นฝ้ายที่มีเส้นใหญ่ อาจจะปั่นครั้งละ ๒-๓ ใจ ให้เส้นฝ้ายมารวมกัน   

 

ขั้นตอนที่ ๒ นำกระป๋องที่มีเส้นฝ้ายพันอยู่ไปเรียงตามลำดับ สี ของเส้นฝ้ายเส้นยืนตามลวดลายที่จะทอ โดยนำมาเรียงครั้งละประมาณ ๔๐ กระป๋อง จะได้เส้นฝ้ายยืนครั้งละ ๔๐ เส้น แล้วนำแต่ละเส้นไปคล้องกับบันไดลิง เพื่อไม้ให้เส้นฝ้ายพันกันและขึ้นเฟือขอต่อไป

 

ขั้นตอนที่ ๓ นำฝ้ายเส้นพุ่งจากบันไดลิงมาขึ้นเฟือขอ ซึ่งเฟือขอจะทำหน้าที่สำหรับเรียงฝ้ายเส้นยืนตามความยาวที่ต้องการ และทำการสลับเส้นยืนสำหรับใช้กับตะกอเส้นขึ้นเส้นลงด้านล่างของเฟือขอเมื่อสิ้นสุด การเรียงเส้นฝ้ายจะนำแต่ละเส้นมาม้วนเพื่อให้เกิดลักษณะของการสลับเส้น สำหรับการทอยกเป็นเส้นขึ้นเส้นลงที่ด้านล่างขาวของเฟือขอ

 

ขั้นตอนที่ ๔ นำกลุ่มฝ้ายเส้นยืนจากเฟือขอมาขึ้นกี่ แล้วคลี่ฝ้ายเส้นยืนตามที่ได้กำหนดไว้ โดยใช้เขี้ยวหมาหรือฟันปลาเป็นตัวช่วยในการสางเส้นฝ้ายแต่ละกลุ่มเส้นออกจากกัน เส้นด้ายในการทอลายหนึ่ง เพื่อแยกเส้นด้ายในการนำไปสืบฝ้ายกับเขาฟืม 

 

การทอผ้า

 

ขั้นตอนที่ ๕ หากทอลายเดิมที่เคยทอมา ก็จะนำฝ้ายเส้นยืนใหม่มาต่อกับเศษผ้าฝ้าย หรือเชิงชายที่ตัดมาจากการทอครั้งก่อนที่เรียกว่า “เครือ” เมื่อทอผ้าเสร็จแล้ว ช่างทอจะตัดผ้าที่ทอแล้วออกจากกี่ โดยคงเหลือเศษผ้าฝ้ายหรือเชิงชายจากการทอให้ติดอยู่กับตะกอและฟืม เพื่อเป็นต้นแบบของลาย หากจะมีการทอลายนั้นในครั้งต่อไป เพื่อให้การสืบต่อลายทำได้ง่ายขึ้น เพราะถ้าไม่เก็บไว้ การเริ่มต้นขึ้นลายใหม่จะมีความยากลำบากมาก ดังนั้นช่างทอจึงต้องเก็บลายไว้ทุกเครือ เนื่องจากเส้นยืนมีความยาวมาก ก่อนทอหรือเมื่อทอไปได้สักระยะหนึ่ง เส้นยืนอาจจะพันกันได้ ดังนั้นจึงต้องคอยคลี่จัดเส้นยืนออกไม่ให้พันกัน

 

ขั้นตอนที่ ๖ หลังจากการสืบลายแล้ว สามารถเริ่มกระบวนการทอได้ โดยการเหยียบไม้เหยียบเพื่อยกเขาฟืมขึ้นลง แล้วพุ่งกระสวยสอดเข้าไปในช่องว่างระหว่างเส้นยืน ให้เส้นพุ่งพุ่งไปขัดกับเส้นยืน และใช้ฟืมดันให้เส้นพุ่งอัดเรียงกันแน่น แล้วใช้เท้าเหยียบไม้เหยียบให้ตะกอเส้นยืนสลับขึ้นลง และพุ่งกระสวยกลับไปกลับมาขัดกับเส้นยืน หลังจากที่พุ่งเส้นพุ่ง ไป มา และใช้ฟืมดันให้เส้นพุ่งแน่นหลายๆ ครั้ง ก็จะได้ผ้าทอเป็นผืน แล้วนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ต่อไป

ปัจจุบันผ้าไหมก็ยังได้รับความนิยมจากกลุ่มวัยทำงานกันอยู่เพราะมีความเรียบร้อยดูสะอาดตาแต่การทำผ้าม่านจะใช้เวลาน้อยกว่าและมียอดขายที่สูงกว่า

 

 

วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการทอผ้า

 

๑. ฝ้าย ฝ้ายที่ทอในปัจจุบันไม่ได้ปลูกเอง แต่จะซื้อสำเร็จรูป ซึ่งมีทั้งฝ้ายที่ย้อมสีสำเร็จและฝ้ายที่ต้องนำมาย้อมสีเอง

 

๒. กี่ทอผ้า การทอผ้าฝ้ายของกลุ่มสตรีบ้านเหล่าปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นการทอด้วยกี่กระตุก เนื่องจากเป็นการทอผ้าที่มีหน้ากว้าง การทอด้วยกี่กระตุกช่วยทำให้การทอผ้ารวดเร็วขึ้น โดยเพิ่มปริมาณความยาวของผ้าได้มากกว่าการทอผ้าที่พุ่งกระสวยด้วยมือ กี่กระตุกที่พบในปัจจุบันมี ๒ ขนาด คือ กี่ขนาดใหญ่ใช้ทอผ้าที่มีความกว้างมาก เวลาทอต้องใช้คน ๒ คนช่วยกันพุ่งกระสวยไปมา ส่วนกี่ขนาดที่สองเป็นกี่ขนาดเล็กซึ่งใช้แรงงานของคนทอเพียงคนเดียว

การทอผ้า

 

เครื่องทอผ้าพื้นเมืองที่เรียกว่า กี่ หรือหูกทอผ้า กี่ แต่ละหลังมีส่วนประกอบหลายอย่าง ซึ่งมีส่วนเชื่อมโยงกันทั้งหมดในขณะทอผ้า ส่วนประกอบต่างๆ ดังกล่าวได้แก่

 

ฟืม ทำจากต้นไม้ยาวพอสมควรตามขนาดของกี่ มีด้ามสำหรับจับเพื่อใช้ดึงให้ฟืมดันฝ้ายเส้นพุ่งให้ติดกันแน่นเป็นผืน

 

เขาฟืม มีลักษณะเป็นท่อนกลมๆ ยาวๆ ทำจากวัสดุหลายชนิด เช่น ไม้ไผ่ ท่อพลาสติกหรืออลูมิเนียม จำนวนของเขาฟืมจะขึ้นอยู่กับจำนวนตะกอ ถ้าผ้าที่ทอมี ๒ ตะกอ จะใช้เขาฟืม ๒ เขา ถ้าผ้าที่ทอมี ๔ ตะกอ จะมีเขาฟืม ๔ เขา เขาฟืมจะอยู่ด้านหลังของฟืมต่อกับไม้เหยียบด้านล่างใช้เชือกโยงกับเขาฟืม ซึ่งต่อเนื่องกับไม้หาบฟืมด้านบน เขาฟืมมีไว้สำหรับสลับด้ายเส้นยืนเพื่อสอดกระสวยด้ายเส้นพุ่งเข้าไปก่อนการตอกด้วยฟืม

 

ไม้เหยียบ ตะกอทำจากไม้ไผ่หรือไม้สัก ขนาดกว่างประมาณ ๒-๓ นิ้ว ความยาวประมาณ ๒-๓ ฟุต สำหรับให้ผู้ทอเหยียบในขณะที่ทอเพื่อสลับเส้นฝ้าย ไม้เหยียบนี้จะอยู่ด้านล่างของกี่ เมื่อเหยียบไม้แล้วจะช่วยยกเส้นฝ้ายขึ้นลงเป็นลายขัดกัน จำนวนของไม้เหยียบจะขึ้นอยู่กับจำนวนเขาฟืมที่กำหนดลวดลายที่จะทอ ซึ่งเรียกว่าลาย ๒ ตะกอ ลาย ๔ ตะกอ

 

เขี้ยวหมาหรือฟันปลา ทำจากไม้จริง ส่วนใหญ่เป็นไม้สัก เลื่อยเป็นซี่ๆ คล้ายฟันของเลื่อย ใช้สำหรับแยกฝ้ายเส้นยืนไม่ให้พันกันและง่ายต่อการคลี่ฝ้ายออกเป็นผืน

 

ไม้หาบเขาและไม้หาบฟืม ทำจากไม้ไผ่หรือไม้สักขนาดใหญ่ พาดขวางอยู่บนคานของกี่ในแนวเดียวกับเขาและฟืม โดยใช้เชือกผูกโยงกับเขาและฟืม เพื่อยึดกับกี่ให้มีความแข็งแรง เนื่องจากการทอใช้แรงในการดึงเขาขึ้นลงและดึงหรือตอกฟืมเข้าออกในแนวนอน ในอดีตหลังจากการทอผ้าแล้วเสร็จในแต่ละวัน เจ้าของผลงานต้องนำผ้าที่อยู่ระหว่างการทอพร้อมอุปกรณ์การทอจากกี่ทอผ้าทั้งชุดขึ้นไปเก็บบนเรือน เพื่อป้องกันการสูญหายจากการขโมยผ้า โดยใช้วิธีถอดอุปกรณ์การทอทั้งหมดจากกี่ทอผ้า รวมกันไว้เป็นชุด หาบไว้บนไหล่แล้วเดินเข้าเรือน จึงเป็นชื่อเรียกของไม้หาบเขา หาบฟืม

 

มะล้อ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับกระตุกและดันกระสวยให้พุ่งไปมา ซึ่งประกอบด้วยไม้โยกขึ้นลง ซึ่งติดอยู่กับคานที่พาดขวางบนกี่ ไม่โยกมีการถ่วง ๒ ข้าง มีแกนของไหมล้อซึ่งใช้เป็นที่จับสำหรับกระตุกไม้โยกขึ้นลง โดยผู้อยู่ข้างที่ผู้ทอมีความถนัด

 

หัวนก เดิมใช้ไม้เพราะเหล็กหายาก ปัจจุบันใช้รอกซึ่งหาได้ง่าย มีความทนทาน แต่ละกี่จะใช้หัวนก ๒ อัน ผูกไว้โยงกับด้านซ้ายขวาของเขาฟืมทั้งสองอัน และคล้องกับไม้หาบฟืมด้านบน มีความสัมพันธ์กับไม้เหยียบ คือ เมื่อเหยียบไม้เพื่อลดเขาฟืมอันหนึ่งลง เชือกที่คล้องผ่านรอกหรือหัวนกจะดึงลงพร้อมกับการยกเขาฟืมอีกอันหนึ่งขึ้น เพื่อให้เกิดช่องว่างระหว่างด้ายเส้นพุ่งที่สลับกันสำหรับพุ่งกระสวยผ่านเข้าไปได้

 

กระสวยและหลอดไม้ กระสวยเป็นอุปกรณ์ลักษณะยาวรี เจาะเป็นช่องตรงกลางเพื่อใส่หลอดไม้พันฝ้ายเจาะรูด้านข้าง ขนาดให้เส้นฝ้ายลอดผ่านได้ ปลายของกระสวยทั้งสองข้างอาจมนหรือแหลมตามลักษณะการใช้งาน ถ้าหัวมน เอาไว้ใช้สำหรับกี่กระตุก ส่วนหัวแหลมไว้สำหรับพุ่งด้วยมือ ในขณะที่ทอ ผู้ทอจะพุ่งกระสวยไป มา เพื่อให้เส้นฝ้ายที่พุ่งไป มา ไปขัดกับฝ้ายที่เป็นเส้นยืน หลอดไม้ใช้สำหรับพันฝ้ายเส้นพุ่ง ในขณะใช้งานจะนำไปเสียบกับกระสวย หลอดไม้ทำจากปล้องไม้ไผ่บง ซึ่งมีความหนาและทนกว่าไม้ไผ่ทั่วไป มีรูทะลุตลอดปล้องสำหรับเสียบเหล็กเพื่อยึดกับกระสวย

 

ไม้สะป้าน สำหรับพันเนื้อผ้าที่ทอเสร็จแล้ว

 

 

๓. เฟือขอ มีลักษณะเป็นโครงสี่เหลี่ยมผืนผ้า อาจทำจากไม้หรือเหล็กก็ได้ โดยปลายทั้งสองข้างตามแนวนอนมีด้ามเล็กๆ ยึดติดอยู่เป็นระยะ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียงด้ายเส้นยืนตามความยาวที่ต้องการ

 

การทอผ้า

 

๔. กงกว๊าง เป็นอุปกรณ์สำหรับคลี่เส้นฝ้ายเพื่อให้ง่ายต่อการทำมาปั่นใส่กระป๋อง

๕. กระป๋องหรือหลอดฝ้ายขนาดใหญ่ กระป่องหรือโครงไม้เป็นอุปกรณ์สำหรับใช้พันฝ้าย

 

การทอผ้า

 

๖. เพียนปั่นด้าย เพียนปั่นด้ายเข้าหลอดหรือกงปั่นหลอดด้าย ปัจจุบันทำจากซี่และวงล้อรถจักรยาน ใช้สำหรับกรอเส้นฝ้ายที่เป็นเส้นพุ่งใส่หลอดไม้ไผ่ที่จะนำไปใส่ในกระสวย

 

๗. บันไดลิง บันไดลิงในอดีตมีลักษณะเป็นเถาวัลย์ ที่มีลักษณะโค้งงอเหมือนบันได ปัจจุบันบันไดลิงหายาก จึงเปลี่ยนมาใช้ไม้ตอกตะปูห่างกันประมาณ ๓ นิ้ว โดยดัดตะปูให้โค้งงอสำหรับเกี่ยวเส้นฝ้ายไว้และยังคงใช้ชื่อเรียกดังเช่นอดีต

และหากบทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่าน หรือคนที่ผู้อ่านหวังดีก็อย่าลืมแชร์ให้เค้าได้อ่านด้วยนะครับ

 

 

 

เรียบเรียงโดย: MCCONTENT

ที่มา: woraporn051043.blogspot.com

เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ Mu Origin plus พร้อมให้เล่นอย่างเป็นทางการแล้วของแจกเยอะที่สุดใน 3 โลก

Mu Origin plus

ช่วงที่ผ่านมามีเกมมือถือที่เปิดใหม่อยู่หลายเกม หนึ่งในนั้นคือเกม Mu Origin plus ที่ตอนนี้ได้เปิดบริการให้ Pre-Register กันแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าผมก็ไม่พลาดที่จะมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกัน ถ้าหากใครที่เป็นแฟนของเกม Mu Online มาก่อน มั่นใจได้เลยว่าคุณมาถูกที่แล้วละพี่เอ๋ย เพราะเกมนี้เป็นเกมที่ถอดแบบมาจาก Mu Online สุดอลังการครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น แผนที่ อาชีพ สกิล ไอเทม ผมรับรองได้เลยว่าถ้าคุณได้โหลดเกมนี้มาเล่นแล้วละก็คุณจะได้ความรู้สึกวางมือถือไม่ลงเลยทีเดียว

 

ในการสมัครครั้งแรกต้องบอกเลยว่าจัดหนักจัดเต็มกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นไอเท็มมากมาย เช่น ทอง เพชร ที่ต้องบอกเลยว่าสายฟรีไม่ควรพลาด อยากเกิดแต่เกิดอยากจัง ไม่ต้องทนที่นี่สมัครแล้วเกิดเลย ในเช็ตไอเท็มเท่ๆที่ใส่แล้วโครตได้ ไม่ต้องทนฟาร์มนั่งเฝ้าให้ลำบากลำบนกันอีกต่อไปแล้วเพราะ Mu Origin plus นั้นมีระบบ Auto ฟาร์มที่จะทำให้คุณมีเวลาไปทำอย่างอื่นได้อีกมากมาย

สมัครครั้งแรกได้อะไรบ้าง

สำหรับสมาชิกใหม่ที่สมัครเข้ามาก็รับไปเลย ผลไม้หลากหลายสี สีละ99 ชิ้น ยาและมานา เพิ่มอีกอย่างละ 99 ชิ้น

อัยยะ อย่างนี้ ตีบอสได้ทั้งวัน และรับเพชรฟรี 100 ล้าน พร้อม vip12  

นอกจานี้ยังมีกิจกรรมแจกไอเท็มในเควสต่างๆอีกเน้นๆในเซิร์ฟนี้จากที่ผมได้ไปค้นคว้าข้อมูลต่างมากมายต้องบอกว่าอาชีพสายต่างๆมีความเหมือนในเซิร์ฟจริงมากๆเรียกว่าเทียบเท่าได้เลย เดี๋ยวเราจะมาดูตัวละครในเกมส์กันวามีอะไรน่าสนใจกันบ้าง

อาชีพต่างๆใน Mu Origin plus

นักรบ Warrior อาชีพนี้เป็นอันดับหนึ่งที่นิยมเล่นมากที่สุด ลักษณะภายนอกนั้นเหมือนมังกรแดงดูน่าเกรงขามยิ่งนัก การโจมตีเป็นแบบระยะประชิดสกิลจะเน้นโจมตีเป้าหมายด้านหน้ามากกว่าและบัฟแสงแห่งชีวิตที่เพิ่มพลังชีวิตทำให้เป็นอาชีพที่เลือดเยอะที่สุด ใครชอบแนวหน้าเดินหน้าลุยไม่กลัวตายต้องเล่นอาชีพนี้

 

นักเวทย์ Mage อาชีพนี้เป็นอันดับสองที่ผู้คนนิยมเล่นมากที่สุด ลักษณะภายนอกนั้นดูเปราะบางแต่ทรงพลังสไตล์จอมเวทย์รีวิวเกม การโจมตีจะเน้นด้านสกิลหมู่รอบตัวโจมตีระยะปานกลางและบัฟวิญญาณคุ้มกันนั้นจะลดความเสียหายต่างๆแถมสามารถถือโล่ได้อีกด้วยอาชีพนี้พลังป้องกันเยอะที่สุด ใครชอบแนวกลางปะทะเก็บตัวไกลถอยเข้าถอยออกต้องอาชีพนี้ครับ

 

นักธนู Archer อาชีพนี้เป็นอันดับสามที่ผู้คนนิยมเล่นมากที่สุด ลักษณะภายนอกนั้นดูงดงามนุ่มนวลแต่ทรงพลังที่สุดด้านการโจมตี การโจมตีจะเน้นระยะไกลมากกว่าอาชีพแน่นอนว่าได้เปิดฉากก่อนซัก 1-2 สกิลและบัฟพลังเทพสงครามช่วยให้พลังโจมตีและป้องกันเพิ่มมากขึ้นเหมาะกับทำดาเมจและเป็นทัพหลังมากที่สุด ใครชอบยิงเนียนเก็บคนอื่น ใครมาใกล้วิ่งอย่างเดียวอาชีพนี้ฟินเลย

 

ในส่วนร้านค้านะครับก็จะมีของที่จำกัดเวลาซึ่งใช้เพชรที่ไม่ผูกติดในการซื้อ เพชรไม่ผูกติดก็จะใช้ซื้อของสำคัญๆอย่างขนนก ยศ ฉายาต่างๆ ประเภทที่ใช้จ่ายบ่อยก็จะเป็นในส่วนของยาต่างๆ ส่วนประเภทเพชรที่ผูกมัดคือประเภทที่แจกฟรีนั่นเอง ก็จะมี ความสำเร็จ ตราชื่อเสียง คริสตัสชีวิต ซึ่งสามารถใช้ได้ 999 ครั้งต่อวันฟรี และมี vip ให้เราซื้อด้วยฟรี

 

 

สิ่งที่เรียกได้ว่าโดเด่นในเซิร์ฟนี้เลยคือ

1.ระบบขี่สัตว์สมบูรณ์แบบใหม่ ล่าสุดจากเกาหลี

2.สมัครรับฟรี เพชร100 ล้าน และ VIP 12 พร้อมของเทพอีกมากมาย

3.ระบบขี่สัตว์ในตำนาน อาวุธ,รองเท้า,แฟชั้นมีให้เลือกมากขึ้น

4.ระบบเสริมออฟชั่นอาวุธ พร้อมแฟชั่นชุดใหม่

5.เปิดยาว เปิดนาน กิจกรรมเยอะ

6.แจก item code ฟรีทุกวัน เกิดมาเทพเลย

 

เกมส์เน้นรูปแบบไปที่ ระบบเดินเควสภารกิจอัตโนมัติ หรือเรียกสั้นๆ ว่า Auto Quest นั้นเอง ซึ่งระบบนี้ทางทีมผู้พัฒนาออกแบบมาได้ค่อนข้างดีมากๆ เพราะมันจะทำหน้าที่เดินตัวละครของเรา ไปส่ง NPC ตามเควสที่เราได้รับและเมื่อเรากดรับเควสเสร็จแล้วมันก็จะนำไปเดินไปสู่มอนสเตอร์ที่จะต้องกำจัดทันที แถมใช้ Auto AI ให้เสร็จสรรพ ถือเป็นระบบที่ตอบโจทย์คนไม่ค่อยมีเวลามากๆ

 

 

ซึ่งตอนนี้ผู้เล่นสามารถดาวโหลดได้แล้ววันนี้ทั้งทั้ง ios และ Adandroid กับผู้เล่นมากมายภายในเกมส์ คือที่ๆจะทำให้คุณเพลิดเพลินไม่มีเหงาเคียงคู่กับเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวโปรด เกมนี้ออกแบบกราฟฟิคมาได้สวยงาม สกิลอลังการ มีเอฟเฟคของการตีบวกที่สวยมากๆ ยิ่งบวกเยอะยิ่งสวย การเคลื่อนไหวตัวละครทำออกมาได้ลื่นไหล อาจจะมีกระตุกบ้างสำหรับมือถือรุ่นเก่าหน่อย เพราะกินเสปคค่อนข้างเยอะ แต่เกม Mu Orgin สามารถเล่นบนโปรแกรมจำลองมือถือบน PC อย่าง Driod4x , Bulestack ได้ เพื่อนสามารถดาวโหลดได้ที่ลิ๊งที่มาด้านล่างเลย พร้อมแล้วไปเทพ…กัน

และหากบทความนี้มีประโยชน์กับผู้อ่าน หรือคนที่ผู้อ่านหวังดีก็อย่าลืมแชร์ให้เค้าได้อ่านด้วยนะครับ

 

 

เรียบเรียงโดย: MCCONTENT

ที่มา: http://www.muorigin-plus.com/

 

เลือกเข้ามาร่วมสนุกกับ sbobet เว็บเสี่ยงโชคแบบออนไลน์ที่ได้รับความนิยม

ข้อดีของการเลือกเสี่ยงดวงกับ sbobet ปัจจุบันนี้การเสี่ยงโชคบอลแบบออนไลน์ ได้รับความนิยมอย่างมากที่สุดไม่ว่าจะเป็นเว็บเสี่ยงโชคบอลแบบออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งเป็นเว็บที่มีความพร้อมในการให้เข้ามาร่วมสนุกกับการเสี่ยงโชคแบบออนไลน์ที่มีความพร้อมในเรื่องการให้บริการกันได้ตลอด24ชั่วโมง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรูปแบบในการเสี่ยงโชคที่ปลอดภัยและเป็นสุดยอดเว็บที่มีสมาชิกเข้ามาร่วมสนุกกันได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชม. จึงเป็นเว็บที่มีความพร้อมและสมาชิกได้เลือกกันเข้ามาเสี่ยงโชคสูงสุดในตอนนี้

sbobet เป็นเว็บพนันออนไลน์ที่ได้รับความสนใจในการเลือก

เข้ามาร่วมสนุกกันได้ตลอด sbobet จึงเป็นเว็บที่มีความพร้อมในการเลือกเข้ามาร่วมสนุกกันได้ต่อเนื่องที่สุดในเวลานี้ เมื่อเลือกกันเข้ายังสุดยอดเว็บที่มีรูปแบบการเสี่ยงโชคที่มีความทันสมัยและมีโอกาสของการเข้ามาเสี่ยงโชคได้ต่อเนื่องและสะดวกอย่างมากที่สุด พร้อมให้บริการในการเสี่ยงโชคที่สะดวกจากลิงค์ทางเข้าที่รองรับการเสี่ยงโชคของสมาชิกได้สะดวกอย่างมาก

sbobet

การเข้ามาร่วมสนุกกับ sbobet ทุกคนที่เป็นสมาชิก

ก็จะสามารถได้รับความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร sbobet และสามารถเลือกรับได้ทุกคน แต่ก็จะต้องเป็นสมาชิกเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนนั้นทราบกันดี แต่เรื่องความพิเศษทั้งโปรโมชั่น โบนัส ที่ทุกคนจะมีโอกาสได้รับกันตามจริง ทำให้มั่นใจได้ว่าระบบการเงินของเว็บก็จะมีความมั่นคง เพราะเงื่อนไขพิเศษที่มีให้กับสมาชิกทุกคนเรียกได้ว่ามีให้พร้อมและรับกันจริงทุกคน

สมาชิก sbobet จะได้ร่วมสนุกกับการเสี่ยงโชคออนไลน์ที่เน้นเรื่องความทันสมัย สามารถเลือกที่จะเสี่ยงโชคออนไลน์กันได้อย่างง่ายและสะดวกอย่างมาก โดยเป็นความพร้อมที่ทุกคนจะสามารถเสี่ยงโชคผ่านมือถือ ทำให้เป็นความบันเทิงที่มีความทันสมัยและมีโอกาสของการทำกำไรได้อย่างง่าย เมื่อเลือกเข้าร่วมสนุกกันก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายและมีความพร้อมที่สุด รับรองว่าทุกครั้งที่เลือกเข้ามาเสี่ยงโชคด้วยก็จะสะดวกและปลอดภัยที่สุดในเวลานี้

ความบันเทิงออนไลน์ที่ทันสมัยจะต้องไม่พลาด ปัจจุบันนี้เรื่องการเสี่ยงโชคแบบออนไลน์เป็นที่สนใจอย่างมาก และการเลือกเข้ามายัง ก็เป็นช่องทางที่เปิดให้กับทุกคนสามารถเข้ามายังระบบการเสี่ยงโชคได้อย่างมาก ซึ่งเป็นความสนุกในการเสี่ยงโชคแบบออนไลน์ที่ทันสมัยและมีโอกาสของการเข้ามาร่วมสนุกกันได้ต่อเนื่อง เต็มอิ่มกับความบันเทิงที่ครบทุกความต้องการของสมาชิก โดยเป็นเว็บที่มีความพร้อมเรื่องการให้บริการได้ตลอด 24 ชม. กับความบันเทิงที่ครบวงจร

ความสนุกในการเลือกเข้ามาร่วมสนุกกับ sbobet

เพื่อเข้ามาร่วมสนุกกับการแทงออนไลน์ sbobet ก็จะมั่นใจได้อย่างมากกับความบันเทิงที่มีความพร้อมเรื่องการให้เลือกเข้ามาร่วมสนุกกันได้ตลอด ซึ่งมีความบันเทิงที่จะสามารถเลือกกันได้อิสระตามความต้องการของของสมาชิก ซึ่งมีความพร้อมเรื่องการให้บริการกับสมาชิกได้เลือกกันเดิมพันครบทุกทีม ไม่ว่าจะเป็นลีกใด เรื่องความพร้อมของเว็บก็จะมีไว้ให้กับทุกคนได้เลือกเดิมพัน

sbobet จึงเป็นแหล่งเดิมพันออนไลน์ที่ได้รับความนิยม

และได้รับความพร้อมเรื่อง SBOBET การให้บริการครบทุกความต้องการ จึงเป็นที่ชื่นชอบของสมาชิกทุกคนอย่างมาก เมื่อเลือกกันเข้ามาร่วมสนุกกันได้ตลอด เพราะโอกาสของการเข้ามายังระบบการเดิมพันก็เป็นเรื่องที่ง่ายและมีโอกาสของการเดิมพันที่เน้นเรื่องการทำกำไรได้อย่างง่ายและมีโอกาสของการร่วมสนุกกันได้ตลอด ทุกครั้งจึงเป็นเว็บที่มีความพร้อมในการเดิมพันอย่างมาก

การเลือกที่จะเดิมพันออนไลน์ ที่ครบวงจรมากที่สุดในตอนนี้ต้องที่ sbobet ซึ่งเป็นความพร้อมเรื่องการให้บริการกับสมาชิกได้เข้ามาร่วมสนุกกับการเดิมพันที่ทันสมัยที่มีให้บริการคาสิโนออนไลน์ที่ช่วยให้ทุกคนจะสามารถเข้ามาร่วมสนุกกันได้ตลอด เมื่อเลือกกันเข้ามาร่วมสนุกกันแต่ละครั้งก็จะมั่นใจและมีความกล้าที่จะเข้ามาเดิมพันกันได้อย่างมั่นใจ ซึ่งเป็นเว็บที่มีความพร้อมและมีสมาชิกเข้ามายังระบบการเดิมพันได้อย่างมากที่สุดในเวลานี้